สรุปข่าว
ผลศึกษาการใช้เครื่องมือ เอไอ ในการทำการตลาดยุคใหม่ จาก MI LEARN LAB เผยว่าผู้ประกอบการรายย่อยของไทย ส่วนใหญ่มีความเข้าใจและยอมรับว่า การใช้เครื่องมือ เอไอ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ นั้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจได้ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังไม่พร้อมเปิดใจยอมรับเท่าที่ควร
ซึ่งจากการสอบถามผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี พบว่า กลุ่มที่เคยได้ยินคำว่า มาร์เทค (Martech) หรือ มาร์เก็ตติ้ง เทคโนโลยี มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 68 แต่ในจำนวนนี้ มีเพียงร้อยละ 29 เท่านั้น ที่เคยนำมาใช้งาน
ส่วนอีกกว่าร้อยละ 71 ยังไม่เคยใช้งานเลย และเมื่อสอบถามลึกลงไปถึงสาเหตุ การยังไม่นำมาใช้งาน พบว่า เกิดความสับสน เลือกไม่ถูก และยังไม่มีความรู้มากพอ และที่สำคัญ คือส่วนใหญ่มีความกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายว่าจะเพิ่มขึ้น และห่วงว่าจะกระทบกับต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ
ด้าน คุณ วรินทร์ ทินประภา Chief Growth Officer บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด หรือ MI GROUP กล่าวว่า จากข้อมูลในปัจจุบัน ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ในประเทศมีอยู่จำนวนกว่า 3 ล้าน 2 แสนราย มีสัดส่วนต่อจีดีพีของประเทศอยู่ที่ร้อยละ 35.8 และส่วนใหญ่ หรือคิดเป็นร้อยละ 84 ของ เอสเอ็มอี เป็นธุรกิจขนาดจิ๋ว (ไมโคร) ส่วนขนาดเล็กมีร้อยละ 14 และส่วนที่เหลือเป็น เอสเอ็มอี ขนาดกลาง และใหญ่ สัดส่วนร้อยละ 1 เท่ากัน
ส่วนปัญหาและอุปสรรคหลัก ๆ ของธุรกิจเอสเอ็มอี คือ เรื่องของพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป, กลยุทธ์การตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ มีจำกัด และยังมีกระบวนการผลิตและการทำงานที่ล้าสมัย ขาดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องจักร
โดยพบว่า เอสเอ็มอีขนาดใหญ่เริ่มมีการปรับใช้กับเทคโนโลยีกันมากขึ้นแล้ว แต่กับธุรกิจขนาดจิ๋ว และเล็ก ปรับตัวได้ง่ายกว่า แต่ก็ยังมีความท้าทายจากอุปสรรคและความไม่พร้อม
อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจภายใต้ภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันในปัจจุบัน เป็นไปด้วยความยากลำบาก และเอสเอ็มอี อยู่ในภาวะที่เรียกว่า โตตัน หรือ ไม่เติบโต แต่การจะสร้างการเติบโต ได้นั้นจะมีอยู่ 5 องค์ประกอบด้วยกัน คือ
การจัดเก็บดาต้าอย่างเป็นระบบ ที่สามารถช่วยในหลายด้าน รวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่าง ๆ ในทุกมิติ
การสนับสนุน ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ตลาด
พัฒนาสินค้าและบริการ โดยสร้างเอกลักษณ์ คุณภาพสูง พร้อมมองหาช่องทางจำหน่ายที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา
แสวงหาพาร์ทเนอร์ชิป และเน็ตเวิร์คกิ้ง โดยส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจ เอสเอ็มอี ภาครัฐ และเอกชน เพื่อเปิดโอกาสในการขยายตลาดและเพิ่มความเข้มแข็งในการดำเนินธุรกิจ
และสุดท้าย คือการปรับใช้ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ที่จะช่วยเอสเอ็มอี ใช้ช่องทางออนไลน์ในการทำการตลาด เช่น การขายผ่านโซเชียลมีเดีย อีคอมเมิร์ซ และการใช้เครื่องมือดิจิทัล เพื่อเข้าถึงลูกค้าใหม่และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
คุณ วรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า MI GROUP ได้เปิดตัว มี-อาย เอไอ (MiAi AI) ซึ่งถือเป็น AI แรกในวงการเอเจนซี่สื่อ โดยการทำงานของ มี อาย จะเป็นการผสานการทำงานของ ChatGPT API กับเฟรมเวิร์ก เฉพาะจาก เอ็มไอ กรุ๊ป เพื่อเสริมความแม่นยำและเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้งาน แชตจีพีที ในการวางแผนทางการตลาดและสื่อสารการตลาด
นอกจากนี้ ในปี 2568 ยังได้เปิดให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ทดลองใช้ และสร้างความคุ้นเคยกับการใช้งาน เอไอ เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันด้วย
ที่มาข้อมูล : -