Xiaomi บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า บริษัทกำลังให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า SU7 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม และได้ส่งมอบข้อมูลการขับขี่และระบบให้เจ้าหน้าที่แล้ว
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่ครั้งแรกที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์รุ่น SU7 ซึ่ง Xiaomi เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว และตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นมา มียอดขายต่อเดือนแซงหน้า Tesla Model 3
ราคาหุ้นของ Xiaomi ซึ่งก่อนหน้านี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 34.8 ตั้งแต่ต้นปี แต่ลดลงมากถึงร้อยละ 5.5 ในการซื้อขายช่วงบ่ายของวันที่ 1 เม.ย. ที่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
ทั้งนี้ Xiaomi ไม่ได้เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิต แต่ระบุว่าข้อมูลเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่ารถอยู่ในโหมดช่วยขับขี่อัจฉริยะ Navigate on Autopilot (NOA) ก่อนเกิดอุบัติเหตุ และกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 116 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (72 ไมล์ต่อชั่วโมง)
สรุปข่าว
มีรายงานว่าผู้ขับขี่พยายามเข้าควบคุมรถและลดความเร็ว แต่ท้ายที่สุดชนเข้ากับเสาคอนกรีตด้วยความเร็ว 97 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (60 ไมล์ต่อชั่วโมง)
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองถงหลิง มณฑลอันฮุย ทางตะวันออกของจีน ส่งผลให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 2 คนเสียชีวิต ตามรายงานของสำนักข่าวการเงินจีน Caixin ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากเพื่อนของเหยื่อ
ในรายงานข้อมูลที่ Xiaomi ส่งให้ตำรวจและโพสต์บนบัญชี Weibo ของบริษัท ระบุว่า ระบบ NOA ได้แจ้งเตือนถึงสิ่งกีดขวางข้างหน้า และมีการเข้าควบคุมรถแบบฉุกเฉินเพียงไม่กี่วินาทีก่อนการชน
สื่อท้องถิ่นรายงานว่ารถเกิดไฟไหม้หลังจากชน แต่ Xiaomi ไม่ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ในแถลงการณ์
Xiaomi เริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อปีที่แล้ว โดยเปิดตัวรุ่น SU7 หลังก่อนหน้านี้ทำธุรกิจด้านสมาร์ตโฟน เครื่องใช้ในบ้าน และอุปกรณ์อัจฉริยะมาตลอด 15 ปี
บริษัทมีระบบขับขี่อัจฉริยะอยู่สองเวอร์ชันบนรถยนต์ SU7 โดยรุ่นที่ติดตั้ง LiDAR จะสามารถนำทางในเมือง พร้อมฟีเจอร์หลีกเลี่ยงการชนและจดจำยานพาหนะพิเศษได้ ในขณะที่รุ่นมาตรฐาน ซึ่งเป็นรุ่นที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุครั้งนี้ ไม่มีเทคโนโลยี LiDAR และมีความสามารถด้านการขับขี่อัจฉริยะที่จำกัดมากกว่า
ที่มาข้อมูล : https://www.reuters.com/world/china/chinas-xiaomi-says-actively-cooperating-with-police-after-fatal-accident-2025-04-01/
ที่มารูปภาพ : -

พัสวี ฐิติพรวัฒนกุล