
นักมานุษยวิทยาทางนิติเวชจากมหาวิทยาลัย Napoli Federico II ในอิตาลี พบว่า “เถ้าภูเขาไฟ” ที่ตกใส่มนุษย์ ทำให้มนุษย์เสียชีวิตทันที และทำให้สมองของมนุษย์กลายหินสีดำคล้ายหินออบซิเดียน

สรุปข่าว
Pier Paolo Petrone นักมานุษยวิทยาทางนิติเวชจากมหาวิทยาลัย Napoli Federico II ในอิตาลี ได้ทำการศึกษาศพของชายคนหนึ่งที่เสียชีวิตบนเตียงในเมืองโบราณเฮอร์คิวเลเนียม หลังเกิดเหตุภูเขาไฟวิสุเวียสในอิตาลีปะทุเมื่อปี 79 จนทำให้เมืองเฮอร์คิวเลเนียมและปอมเปอี ล่มสลายลงทันที
นักมานุษยวิทยาได้ค้นพบกับหินออบซิเดียนอยู่ภายในกะโหลกศีรษะของศพชายคนดังกล่าว และเชื่อว่า “เถ้าภูเขาไฟ” ที่ตกลงมาใส่เมืองอย่างกะทันหัน ทำให้ชายคนนี้เสียชีวิตทันที และสมองของเขาถูกเปลี่ยนไปเป็นหินสีดำคล้ายหินออบซิเดียน
โดยสิ่งที่พบในกระโหลกของชายคนนี้คือ “หินสีดำ” ที่มีพื้นผิวมันวาว คล้ายกับหินออบซิเดียน หินแก้วธรรมชาติที่มีต้นกำเนิดจากภูเขาไฟ สีดำและมันเงาเกิดขึ้นจากการเย็นตัวของลาวาอย่างรวดเร็ว แต่หินสีดำที่พบในกระโหลกของมนุษย์ ต่างจากหินออบซิเดียน ตรงที่มันมีความเปราะบางมาก และพังทลายหรือแตกตัวได้ง่ายกว่า คล้ายกับแก้ว
หลังตรวจสอบหินดังกล่าวแบบเชิงลึก พบว่ามันมีส่วนประกอบของโปรตีนและกรดไขมันที่พบได้ทั่วไปในเนื้อเยื่อสมองของมนุษย์ โดยระบบประสาทส่วนกลางทั้งหมดยังคงสภาพดีเป็นพิเศษ แสดงให้เห็นเซลล์ประสาทที่เชื่อมต่อกันด้วยเครือข่ายเส้นใยหนาแน่นที่เรียกว่าแอกซอน
จากการค้นพบดังกล่าวสรุปได้ว่า ชายผู้นี้น่าจะเสียชีวิตจาก “เถ้าภูเขาไฟ” ที่มีความร้อนสูงและสามารถเย็นตัวลงอย่างรวดเร็วได้ เนื่องจากหินสีดำที่ค้นพบนี้ เกิดขึ้นจากกระบวนการพิเศษ ที่ทำให้สารอินทรีย์ในสมองสัมผัสกับอุณหภูมิที่สูงมากอย่างรวดเร็ว อย่างน้อย 510 องศาเซลเซียส และเย็นตัวลงอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา หินที่เกิดขึ้นจากกระบวนการนี้ทำให้สามารถเก็บรักษาเนื้อเยื่อสมองและโครงสร้างจุลภาคของสมองได้อย่างสมบูรณ์
ผู้เสียชีวิตแทบไม่รู้สึกตัวหรือทันได้ทรมานด้วยซ้ำ จากการโดนเถ้าภูเขาไฟตกใส่…
ข้อมูล japannews.yomiuri.co.jp/
ที่มาข้อมูล : https://japannews.yomiuri.co.jp/science-nature/technology/20250316-243600/
ที่มารูปภาพ : Reuters

Torsakul Chatchavankijkul