

สรุปข่าว
ไม่มีใครในยุคนี้ไม่รู้จักเจ้าเครื่องดื่มแสนอร่อยที่ฮอตฮิตระเบิดระเบ้อไปทั้งโลกอย่าง "ชาไข่มุก" มันถูกเรียกสารพัดชื่อ ไม่ว่าจะเป็น เพิร์ลมิลก์ที บับเบิลมิลก์ที หรือ ปัวป้ามิลก์ที ตามแต่ท้องถิ่นประเทศนั้นๆ
แต่เห็นเป็นของกินสุดอินเทรนด์ จริงๆ แล้วการเดินทางของมัน ยาวนานถึงกว่า 3 ทศวรรษล่วงมาแล้วทีเดียวเชียว
ที่มาแบ่งออกเป็น 2 กระแส คือ ย้อนกลับไปเมื่อ ค.ศ. 1988 ที่ไต้หวัน เมืองไถ่จง มีร้านชาอยู่ร้านหนึ่ง ชื่อ "ชุน ฉุ่ยถัง" เชื่อกันว่า ร้านนี้น่าจะเป็นร้านแรกที่คิดค้นเมนูชาไข่มุกขึ้นมา โดยหลินชิ่วฮุย สุภาพสตรีผู้เป็นผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของร้าน ได้เทขนมหวานชิ้นเล็ก ๆ ลงไปในชา ทุกคนในห้องประชุมเห็นว่าน่าสนใจ จึงทำออกมาขาย ปรากฏว่า ยอดขายดีมาก ทำลายสถิติเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ กระจุยกระจาย
ส่วนกำเนิดชาไข่มุกกระแสที่ 2 เชื่อว่า อาจะมีที่มาจากร้านชา "หานหลิน" ที่เมืองไถหนาน ไต้หวัน ช่วงปี 1990 เมื่อนายถัวซ่งเหอเจ้าของร้าน ปิ๊งไอเดียใส่เม็ดสาคูสีขาวลงไปในชา ทำให้มันเหมือนไข่มุก เป็นที่มาของคำว่า "ชาไข่มุก" หลังจากนั้นไม่นาน หานหลินเปลี่ยนสีสาคูจากสีขาวเป็นสีดำแบบที่นิยมกันในปัจจุบัน
ชาไข่มุกกลายเป็นสัญลักษณ์ของไต้หวัน เป็น The Must ที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่ไปเยือนต้องลิ้มชิมรส จากนั้นมันก็ "โกอินเตอร์" ข้ามประเทศ ข้ามทวีป จนกลายเป็นที่นิยมของทุกบ้านทุกเมือง
ตัวไข่มุกเองก็ถูกสร้างให้มีรูปแบบต่างๆ สารพัด แตกแขนงออกไปให้ได้เลือกชิม จนกลายเป็นเครื่องดื่มระดับสากลไปเรียบร้อยแล้ว
ส่วนวัน National Bubble Tea Day หรือวันชานมไข่มุกแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ตรงกับวันที่ 30 เมษายน ของทุกปี
ที่มาของการกำหนดวันนี้ เริ่มจากการที่แบรนด์ Kung Fu Tea ร้านขายชาไข่มุกเจ้าบิ๊กเบิ้มในมหานครนิวยอร์ก ที่มีสาขากว่า 150 สาขาทั่วโลก เกิดต้องการอยากสร้าง "กิมมิค" ให้ธุรกิจของตัวเอง จึงได้ยื่นเรื่องไปยังคณะกรรมการ National Day Calendar เพื่อขอกำหนดให้วันที่ 30 เมษายน เป็นวันชานมไข่มุกแห่งชาติ
ว่าแล้วก็จัดสักแก้ว ฉลองกันดีกว่า! จะมีวันไหนที่จะหาเหตุผลอนุโลมให้กินของหวานเย็นชื่นใจอย่างชานมไข่มุก ดีเท่าวันนี้ล่ะ
ที่มาข้อมูล : -