

สรุปข่าว
ช่วงนี้มีฝนตกหนักทั่วประเทศไทย ทำให้บางคนเป็นหวัดขึ้นมาได้ โดยอาการที่มากับหวัดก็คือ คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ หูอื้อ เป็นต้น ซึ่งโดยปกติแล้วนั้น อาการดังกล่าวสามารถหายได้ด้วยตัวเอง โดยการทำตัวเองให้มีสุขภาพแข็งแรง ทำให้ร่างกายอบอุ่น พักผ่อนให้พอ ออกกำลังกายบ้างก็จะช่วยให้อาการทุเลาและหายเองได้
วันนี้ TNN ขอแนะวิธีรับมือ 2 อาการที่พบเจอบ่อยเมื่อเป็นหวัด ซึ่งคาดว่าหลายคนที่กำลังอ่าน อาจจะประสบพบเจออยู่ในช่วงหน้าฝนนี้...
ภาพโดย Ary setyobudi จาก Pixabay
อาการเจ็บคอ
เกิดจากการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน คือ ติดเชื้อในโพรงจมูกเรื่อยลงไปจนถึงคอส่วนล่าง ทำให้เกิดอาการระคายและเจ็บได้ อาการนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งยา เพียงแต่ดูแลตัวเองแต่เนิ่นๆ ไม่ปล่อยให้ลุกลามจนเกิดอาการแทรกซ้อนอื่นๆ
คำแนะนำ
1.ดื่มน้ำอุ่นมากขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า โดยเฉพาะคนที่ไอและมีเสมหะร่วมด้วย เพราะน้ำจะช่วยให้เสมหะใสและเหนียวน้อยลง ร่างกายขับออกได้ง่ายขึ้น และช่วยลดอาการระคายคอ
2.น้ำเกลือกลั้วคอ โดยเกลือสามารถใช้เป็นยาแก้เจ็บคอได้อย่างดี เพียงผสมเกลือ 1 ช้อนชากับน้ำอุ่น 1 ถ้วย และคนจนเกลือละลายไปกับน้ำ จากนั้นให้อมน้ำเกลือกลั้วคอ โดยแหงนศีรษะไปด้านหลัง เพื่อให้น้ำเกลือไหลอาบเนื้อเยื่อในลำคอ ทำซ้ำวันละ 4 ครั้ง
3.ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะนาว ส้ม มะขาม เสาวรส เป็นต้น เพราะในรสเปรี้ยวของผลไม้เหล่านี้มีกรดชิตริกที่ช่วยลดอาการเจ็บคอได้ และยังมีวิตามินซีช่วยเสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายพร้อมสู้กับเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ช่วยลดระยะเวลาในการเป็นหวัดให้สั้นลง ยกตัวอย่างสูตรการใช้ เช่น ...
ภาพโดย Steve Buissinne จาก Pixabay
- สูตรมะนาว+น้ำอุ่น : ผสมมะนาวกับน้ำอุ่น 1 แก้ว จากนั้น อมกลั้วคอวันละ 2-3 ครั้ง
- สูตรมะนาว+เกลือ : คั้นน้ำมะนาว พร้อมกับเหยาะเกลือเล็กน้อย จากนั้นยกแก้วขึ้นจิบบ่อยๆ ตลอดวัน
- สูตรมะนาว+น้ำผึ้ง : บีบมะนาวครึ่งลูก ผสมน้ำอุ่นครึ่งแก้ว เติมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา แล้วยกดื่ม โดยรสเปรี้ยวของมะนาวจะช่วยขับน้ำลาย ลดอาการระคายเคืองในลำคอ ส่วนน้ำผึ้งมีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ
- สูตรมะนาว+น้ำส้ม : คั้นส้ม 3 ผล เติมน้ำมะนาวและน้ำตาล อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ เกลืออีกครึ่งช้อนชา จากนั้นยกแก้วขึ้นจิบบ่อยๆ เพื่อช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ และชุ่มคอได้
4.เลี่ยงควันและมลพิษต่างๆ รวมทั้งสารระเหยจากน้ำยาทำความสะอาดในบ้าน หรือสีทาบ้าน และงดสูบบุหรี่ เพราะจะยิ่งทำให้เจ็บคอมากขึ้น
5.ใช้เสียงให้น้อย ถ้าอาการเจ็บคอลุกลามจนกล่องเสียงอักเสบ เกิดการระคายคอมากเวลาพูด หรือเสียงหายไปชั่วขณะ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และให้ความอบอุ่นกับร่างกาย
6.ปรับสภาพอากาศภายในห้องให้ชื้นขึ้นเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศที่แห้ง ช่วยให้เยื่อเมือกในช่องคอไม่แห้ง เพราะถ้าช่องคอแห้งจะทำให้ระคายคอ โดยนำอ่างใส่น้ำมาวางไว้ในบริเวณห้อง หรือหากระถางต้นไม้มาตั้ง ยกเว้นในห้องนอน
ภาพโดย Mojca JJ จาก Pixabay
อาการคัดจมูก น้ำมูกไหล
อาการนี้เกิดขึ้นประจำเมื่อเป็นหวัด โดยจะมีเลือดมาเลี้ยงเยื่อบุผิวช่องจมูกมากขึ้น เพื่อนำเอาเม็ดเลือดขาวและแอนตี้บอดี้มาต่อสู้กับการติดเชื้อ ทำให้เกิดอาการคัดจมูก หายใจไม่ออก และมีน้ำมูกไหล โดอาการคัดจมูกจะเป็นกระบวนการต่อสู้กับเชื้อเพื่อช่วยเหลือตนเองของร่างกาย และอาการดังกล่าวสามารถหายได้โดยไม่ต้องใช้ยา
คำแนะนำ
1.อย่าสั่งน้ำมูกแรง! เพราะอาจเกิดแรงดันย้อนกลับ ทำให้เชื้อไวรัสย้อนกลับเข้าทางโพรงจมูก และทำให้โพรงอากาศรอบจมูกหรือไซนัสเกิดการอักเสบติดเชื้อได้หากสั่งน้ำมูกแรงๆ พร้อมกันทั้งสองข้าง วิธีการที่ดีที่สุดในการสั่งน้ำมูก คือ การสั่งน้ำมูกทีละข้าง เพื่อให้มีแรงดันย้อนกลับน้อยที่สุด
2.ดื่มน้ำมากๆ โดยเฉพาะน้ำอุ่น หรือกินอาหารเหลวร้อนๆ จะช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกได้
3.ใช้ความร้อนช่วย เช่น การอาบน้ำอุ่น เช็ดหน้าด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น
4.หอมแดง สรรพคุณแก้หวัดเหลือล้น! วิธีการคือ ใช้หอมแดง 4-5 หัวทุบพอแตก จากนั้น นำหอมแดงไปต้มกับน้ำปริมาณ 1 ลิตร จนเดือด และเทใส่กะละมังแล้วเอาผ้าขนหนูคลุมศีรษะกับกะละมัง ก้มหน้าสูดไอน้ำร้อนๆ ประมาณ 5-10 นาที วิธีนี้จะช่วยละลายน้ำมูกที่คั่งค้างอยู่ได้
อีกวิธีคือ ใช้น้ำต้มหอมแดงอาบน้ำ วิธีการทำเหมือนกัน แต่เพิ่มปริมาณน้ำให้มากขึ้น และใส่เปลือกส้มโอ ใบมะขาม อย่างละ 1 กำมือ ก่อนต้มรวมกัน จะช่วยบรรเทาหวัด ลดน้ำมูกได้
นอกจากนี้ การกินหอมแดร่วมกับอาหารเป็นประจำทุกมื้อ อย่างน้อยครั้งละ 1 หัว ก็ช่วยบรรเทาอาการหวัดได้ด้วย
ภาพโดย WikimediaImages จาก Pixabay
5.หยุดสูบบุหรี่! หรืออยู่ให้ห่างควันบุหรี่ เนื่องจากควันบุหรี่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองในช่องจมูก
6.กรณีที่มีน้ำมูกมากจนจมูกเริ่มแดง รูจมูกเจ็บและอักเสบ ควรหาวาสลินเจลทาบางๆ รอบจมูก ป้องกันการแสบจมูก หรือจะใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดเนื้อนุ่มชุบคาโมไมล์ประคบไว้ 1-2 นาที
แต่อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีอาการหวัดเรื้อรัง ไซนัสอักเสบ อาการคัดจมูก นานเกินกว่า 3 สัปดาห์ หรือมีไข้ น้ำมูกข้น มีสีเข้มขึ้น และปวดบริเวณโพรงอากาศ (Sinus) ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาจะดีที่สุด
สำหรับโรคหวัด หากดูแลตัวเองดีให้แข็งแรงอยู่เสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ร่วมกับการออกกำลังกายที่เหมาะสม อาการคัดจมูกและมีน้ำมูกจะค่อยๆ ทุเลาขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาพ่นจมูกหรือล้างจมูก เพียงปฏิบัติเท่านี้ ชีวิตก็จะกลับไปสนุกเหมือนเดิมโดยไม่ต้องไปพบแพทย์เลย
ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ที่มาข้อมูล : -