เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับนายกฯ ภูฏาน ตั้งเป้าการค้า 120 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับนายกฯ ภูฏาน ตั้งเป้าการค้า 120 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

สรุปข่าว

ในวันนี้ (26 มิ.ย.)  นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ “ดาโช เชริง โตบเกย์”  (H.E. Dasho Tshering Tobgay) นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏาน และภริยา โอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่  25 - 28 มิถุนายน 2567  ในฐานะแขกของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี จัดแถวกองทหารเกียรติยศให้การต้อนรับอย่างเป็นทางการ บริเวณโถงกลาง ตึกไทยคู่ฟ้า แทนการตั้งแถวทหารฯ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เนื่องจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ฝนได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง 

 

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศ มีกำหนดการหารือทวิภาคี และการหารือข้อราชการแบบเต็มคณะ เพื่อผลักดันความร่วมมือระหว่างไทยกับภูฏานในทุกด้าน หลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายจะร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามเอกสารความร่วมมือระหว่างไทยและภูฏาน จำนวน 2 ฉบับ  ได้แก่  

 

1) บันทึกความเข้าใจเพื่อความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัย และการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กับมหาวิทยาลัยแพทย์ เคเซอร์ เกียลโป ของภูฏาน

 

2) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย – ภูฏาน 

 

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีไทยและภูฏาน ร่วมกันแถลงข่าว  โดยนายเศรษฐารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับนายกรัฐมนตรีภูฏาน ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งตรงกับโอกาสครบรอบ 35 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันที่มีความใกล้ชิดมาตั้งแต่ปี 2532 โดยมีพื้นฐานความสัมพันธ์ทั้งในระดับราชวงศ์ ความปรารถนาดีต่อกัน รวมถึงต่างมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งการเยือนฯ ครั้งนี้ นับเป็นการเน้นย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายที่จะกระชับความร่วมมือในสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน และยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและภูฏานให้ใกล้ชิดมากที่สุด โดยได้หยิบยกประเด็นที่มีความสำคัญในระหว่างการหารืออย่างเป็นประโยชน์ร่วมกัน

 

ด้านการค้า ไทยและภูฏานเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าทวิภาคีให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นผ่านการเจรจา FTA ให้เสร็จสิ้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงตลาดระหว่างกัน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน เพื่อเพิ่มปริมาณการค้าให้บรรลุเป้าหมาย 120 ล้านเหรียญสหรัฐ เร็วที่สุด ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการค้าระหว่างกัน 

 

ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงโอกาสการลงทุน ในโครงการเมืองอัจฉริยะ เกเลฟู มายฟูลเนส ซิตี้ (Gelephu Mindfulness City :GMC) ซึ่งไทยมีความสนใจเข้าไปลงทุน เชื่อมั่นว่าจะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของภูฏาน และโครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับค่านิยมร่วมของไทยและภูฏานที่ให้ความสำคัญกับอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและความยั่งยืน

 

สำหรับการลงนาม MOU ทั้งสองฉบับในด้านการท่องเที่ยวและด้านสาธารณสุขวันนี้ จะช่วยส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการแลกเปลี่ยนทางวิชาการและความร่วมมือด้านการศึกษาทางการแพทย์ ระหว่างกระทรวง สาธารณสุขของไทยและ Khesar Gyalpo (เคเซอร์ เกียลโป) และความร่วมมือของทั้งสองประเทศ ให้ใกล้ชิดมากขึ้น

 

ไทยและภูฏานยังแสดงความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันและใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้าและประชาชน นอกจากนี้ ประเทศไทยในฐานะหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของภูฏาน จะสนับสนุนแบ่งปันความรู้ในด้านต่างๆ เช่น การดูแลสุขภาพ เกษตรกรรม และเทคโนโลยี พร้อมทั้งยินดีเรียนรู้จากแนวทางของภูฏาน ในเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน และความสุขมวลรวมประชาชาติ (Gross National Happiness) ซึ่งสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของไทย

 

ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญของไทยและภูฏาน เนื่องจากทั้งสองประเทศมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ต่างมีวัฒนธรรมอันยาวนาน และความงามทางธรรมชาติที่หลากหลาย พร้อมยินดีส่งเสริมโครงการ “2 ราชอาณาจักร 1 จุดหมายปลายทาง” (Two Kingdom’s One Destination) ซึ่งจะส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในทั้งสองประเทศ และเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งสองฝ่ายเล็งเห็นถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกลุ่ม Friends of Thailand-Bhutan เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 

ด้านการศึกษาและวิชาการ ทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลลากรด้านวิชาการ เสริมสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน และสร้างมิตรภาพที่ยั่งยืนระหว่างเยาวชนคนรุ่นใหม่

 

ด้านพลังงานทดแทน ไทยและภูฏานพร้อมทำงานร่วมกัน แบ่งปันความเชี่ยวชาญและแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ เพื่อให้ทั้งสองประเทศบรรลุเป้าหมายเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน อาทิ พลังงานไฟฟ้าจากพลังน้ำ ซึ่งทั้งสองประเทศมีความเชี่ยวชาญ

 

ความร่วมมือระดับภูมิภาค ความสำคัญกับความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (Bay of Bengal Initiative Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation: BIMSTEC) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการค้าและความเชื่อมโยง พร้อมเชิญนายกรัฐมนตรีภูฏานเข้าร่วมการประชุมผู้นำ BIMSTEC ในเดือนกันยายนปีนี้ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพด้วย

 

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ในนามของรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในการกระชับความร่วมมือกับภูฏานในทุกมิติ

 

ทั้งนี้ นายรัฐมนตรีภูฏานได้กล่าวว่ารู้สึกเป็นเกียรติและยินดีที่ได้มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรี พร้อมนำความปรารถนาดีจากราชวงศ์ และประชาชนชาวภูฏานที่มาต่อนายกรัฐมนตรี รัฐบาลและประชาชนชาวไทย การเดินทางมาในครั้งนี้ทำให้เห็นว่าประเทศไทย และความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ภูฏานพัฒนาไปอย่างมาก พร้อมขอบคุณรัฐบาลและประชาชนชาวไทยสำหรับความสัมพันธ์และความร่วมมือในการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจของภูฎาน โดยภูฏานนำเข้าจากไทยเป็นอันดับที่ 4 และถือว่าไทยเป็นคู่ค้าอันดับต้นๆ รวมทั้งยังเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญ ทั้งในด้านท่องเที่ยวและการแพทย์สำหรับชาวภูฎาน ซึ่งในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ตอบรับการเข้าร่วมการประชุม BIMSTEC ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพในช่วงเดือนกันยายนนี้ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรี พร้อมได้กล่าวเชิญนายกรัฐมนตรีเยือนภูฎานในโอกาสแรกที่สะดวก

 

  ภายหลังเสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรี ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏานและภริยา ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลด้วย

 

สำหรับการเยือนของ “ดาโช เชริง โตบเกย์”  เป็นการเยือนไทยครั้งแรก หลังเข้ารับตำแหน่งเป็นครั้งที่ 2 เมื่อเดือนมกราคม 2567 และเป็นการเยือนไทยในรอบ 11 ปี ของระดับนายกรัฐมนตรีภูฏาน ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในวาระครบรอบ 35 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต  

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

แท็กบทความ

ภูฏาน
เศรษฐา ทวีสิน
ดาโช เชริง โตบเกย์
การค้า การลงทุน
ทำเนียบรัฐบาล