
อนาคตกำลังจะไปได้สวยอยู่แล้ว เพราะล่าสุดเธอได้ก้าวขึ้นมารับบทนางเอกเต็มตัว แต่ไม่นานมานี้นักแสดงสาว "ฮายอง" กลับต้องเจอ มรสุมใหญ่ จนชาวเน็ตเกาหลีเรียกร้องให้แบนและแถมยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีการเปิดเผยหลักฐานในอดีตว่าครอบครัวของเธอมีพฤติกรรมฝักใฝ่ญี่ปุ่นช่วงสงคราม
จากรายการทีวี สู่การขุดอดีตฝั่งบรรพบุรุษ
ประเด็นนี้เริ่มขึ้นหลังจากที่ ฮายอง ได้ไปออกรายการวาไรตี้และพูดถึงทวด ด้วยความภาคภูมิใจว่าเป็นถึงหมอแผนปัจจุบันคนแรกของเกาหลีที่ได้รับการรับรองจากญี่ปุ่น ทั้งยังเคยรักษาเจ้านายชั้นสูงในอดีต ก่อนที่ชาวเน็ตจะตามหาข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าว และเชื่อมโยงไปถึง อันซังโฮ แพทย์ที่มีประวัติทำงานในช่วงที่เกาหลีอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังพบเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่ระบุชื่อของเขาอยู่ในรายชื่อคณะกรรมการของ แทจองชินมกฮเว เมื่อปี 1916 ซึ่งเป็นองค์กรในช่วงที่เกาหลีอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ยังมีการนำบทความจากหนังสือพิมพ์ในยุคอาณานิคมกลับมาพูดถึงอีกครั้ง โดยเนื้อหากล่าวถึงการใช้ชีวิตแบบญี่ปุ่นของอันซังโฮและครอบครัว รวมถึงแนวคิดเรื่องการผสมกลมกลืนระหว่างเกาหลีกับญี่ปุ่นในเวลานั้น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ควรแยกให้ออกระหว่าง ประวัติของอันซังโฮกับตัวฮายองเอง เพราะข้อมูลที่ถูกเปิดเผยเป็นเรื่องของบุคคลในอดีต ไม่ได้หมายความว่าฮายองมีแนวคิดหรือสนับสนุนการกระทำดังกล่าว
สรุปข่าว
อนาคตกำลังจะไปได้สวยอยู่แล้ว เพราะล่าสุดเธอได้ก้าวขึ้นมารับบทนางเอกเต็มตัว แต่ไม่นานมานี้นักแสดงสาว "ฮายอง" กลับต้องเจอ มรสุมใหญ่ จนชาวเน็ตเกาหลีเรียกร้องให้แบนและแถมยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีการเปิดเผยหลักฐานในอดีตว่าครอบครัวของเธอมีพฤติกรรมฝักใฝ่ญี่ปุ่นช่วงสงคราม
จากรายการทีวี สู่การขุดอดีตฝั่งบรรพบุรุษ
ประเด็นนี้เริ่มขึ้นหลังจากที่ ฮายอง ได้ไปออกรายการวาไรตี้และพูดถึงทวด ด้วยความภาคภูมิใจว่าเป็นถึงหมอแผนปัจจุบันคนแรกของเกาหลีที่ได้รับการรับรองจากญี่ปุ่น ทั้งยังเคยรักษาเจ้านายชั้นสูงในอดีต ก่อนที่ชาวเน็ตจะตามหาข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าว และเชื่อมโยงไปถึง อันซังโฮ แพทย์ที่มีประวัติทำงานในช่วงที่เกาหลีอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังพบเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่ระบุชื่อของเขาอยู่ในรายชื่อคณะกรรมการของ แทจองชินมกฮเว เมื่อปี 1916 ซึ่งเป็นองค์กรในช่วงที่เกาหลีอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ยังมีการนำบทความจากหนังสือพิมพ์ในยุคอาณานิคมกลับมาพูดถึงอีกครั้ง โดยเนื้อหากล่าวถึงการใช้ชีวิตแบบญี่ปุ่นของอันซังโฮและครอบครัว รวมถึงแนวคิดเรื่องการผสมกลมกลืนระหว่างเกาหลีกับญี่ปุ่นในเวลานั้น
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ควรแยกให้ออกระหว่าง ประวัติของอันซังโฮกับตัวฮายองเอง เพราะข้อมูลที่ถูกเปิดเผยเป็นเรื่องของบุคคลในอดีต ไม่ได้หมายความว่าฮายองมีแนวคิดหรือสนับสนุนการกระทำดังกล่าว
ทำไมคนเกาหลีไม่พอใจ?
สาเหตุที่เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ในเกาหลีส่วนหนึ่งมาจากความอ่อนไหวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ช่วงที่เกาหลีตกอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น โดยเฉพาะบุคคลที่ถูกมองว่ามีส่วนร่วมกับองค์กรหรือแนวคิดที่สนับสนุนฝ่ายญี่ปุ่น
กระแสยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้นเมื่อชาวเน็ตพบว่า ฮายองเคยร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Remember เมื่อปี 2022 ซึ่งเป็นหนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายชราที่ออกตามแก้แค้นผู้ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายญี่ปุ่นในช่วงยุคอาณานิคม แม้ฮายองจะรับบทเล็ก ๆ เป็นพนักงานร้านอาหาร แต่เมื่อประวัติครอบครัวกลายเป็นประเด็นขึ้นมา ผู้ชมบางส่วนจึงมองว่าเป็นเรื่องที่ดูย้อนแย้ง
ขณะเดียวกัน กระแสวิจารณ์ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องบทบาทในภาพยนตร์ แต่ยังมีการตั้งคำถามถึงการที่ก่อนหน้านี้มีการพูดถึงครอบครัวในแง่ความภาคภูมิใจ ก่อนที่ข้อมูลเกี่ยวกับอดีตของอันซังโฮจะถูกนำมาเปิดเผย
ท่าทีของฮายองต่อเรื่องนี้
ในช่วงแรก BISTUS Entertainment ต้นสังกัดของฮายองออกมาชี้แจงว่า ข้อมูลเกี่ยวกับอันซังโฮในประเด็นการฝักใฝ่ญี่ปุ่นนั้นไม่เป็นความจริง แต่หลังจากตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ต้นสังกัดกลับพบว่าชื่อของอันซังโฮปรากฏอยู่ในรายชื่อคณะกรรมการของแทจองชินมกฮเวจริง
ต้นสังกัดจึงออกแถลงการณ์อีกครั้งเพื่อยอมรับข้อมูลดังกล่าว พร้อมขอโทษที่ให้คำตอบแรกเร็วเกินไปโดยไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียด และยอมรับว่าประเด็นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการตรวจสอบอย่างมาก
ส่วนฮายองเองไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่สนับสนุนการกระทำของบรรพบุรุษ โดยต้นสังกัดระบุว่าเธอตระหนักถึงความกังวลที่เกิดขึ้นและจะวางตัวด้วยความระมัดระวังมากขึ้น
ล่าสุดดูเหมือนว่ากระแสดราม่าจะเริ่มส่งผลต่อการโปรโมตผลงานของฮายองแล้ว เมื่อทาง Netflix ประกาศว่า ฮายองจะไม่เข้าร่วมการสัมภาษณ์โปรโมตซีรีส์ Our Sticky Love ในวันที่ 14 สิงหาคม 2026 ท่ามกลางกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับประวัติของครอบครัวที่กำลังเกิดขึ้น
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่า ดราม่าดังกล่าวจะส่งผลต่อกิจกรรมในอนาคตของเธอหรือไม่
- เท็กซัสสั่งฟ้อง “Netflix” ข้อหา “แอบเก็บข้อมูลเด็ก” สร้างฟีเจอร์มอมเมาผู้ใช้
- ส่องหนัง Netflix ที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Oscar 2026
- จับตาดีลยักษ์ หรือดีลล่ม ? "Netflix" ซื้อ "Warner Bros." เสี่ยงผิดกฎหมายผูกขาดตลาด "ทรัมป์" กระโดดลงมาดูเอง
- Netflix ทุ่ม 200 ล้านดอลลาร์ หนุนไทยขึ้นแท่นฮับคอนเทนต์เอเชีย
- “Squid Game” ฟีเวอร์ หนุน "Netflix" รับทรัพย์ โกยกำไร 3,100 ล้านดอสสาร์สหรัฐฯ สูงเกินคาด
