ทำไมคนเกาหลีไม่พอใจ "ฮายอง" หลังพบว่าครอบครัวฝักใฝ่ญี่ปุ่น ?

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทำไมคนเกาหลีไม่พอใจ "ฮายอง" หลังพบว่าครอบครัวฝักใฝ่ญี่ปุ่น ?

อนาคตกำลังจะไปได้สวยอยู่แล้ว เพราะล่าสุดเธอได้ก้าวขึ้นมารับบทนางเอกเต็มตัว   แต่ไม่นานมานี้นักแสดงสาว "ฮายอง"  กลับต้องเจอ มรสุมใหญ่ จนชาวเน็ตเกาหลีเรียกร้องให้แบนและแถมยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีการเปิดเผยหลักฐานในอดีตว่าครอบครัวของเธอมีพฤติกรรมฝักใฝ่ญี่ปุ่นช่วงสงคราม

 

จากรายการทีวี สู่การขุดอดีตฝั่งบรรพบุรุษ

ประเด็นนี้เริ่มขึ้นหลังจากที่ ฮายอง ได้ไปออกรายการวาไรตี้และพูดถึงทวด   ด้วยความภาคภูมิใจว่าเป็นถึงหมอแผนปัจจุบันคนแรกของเกาหลีที่ได้รับการรับรองจากญี่ปุ่น ทั้งยังเคยรักษาเจ้านายชั้นสูงในอดีต ก่อนที่ชาวเน็ตจะตามหาข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าว และเชื่อมโยงไปถึง อันซังโฮ แพทย์ที่มีประวัติทำงานในช่วงที่เกาหลีอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังพบเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่ระบุชื่อของเขาอยู่ในรายชื่อคณะกรรมการของ แทจองชินมกฮเว เมื่อปี 1916 ซึ่งเป็นองค์กรในช่วงที่เกาหลีอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ยังมีการนำบทความจากหนังสือพิมพ์ในยุคอาณานิคมกลับมาพูดถึงอีกครั้ง โดยเนื้อหากล่าวถึงการใช้ชีวิตแบบญี่ปุ่นของอันซังโฮและครอบครัว รวมถึงแนวคิดเรื่องการผสมกลมกลืนระหว่างเกาหลีกับญี่ปุ่นในเวลานั้น

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ควรแยกให้ออกระหว่าง ประวัติของอันซังโฮกับตัวฮายองเอง เพราะข้อมูลที่ถูกเปิดเผยเป็นเรื่องของบุคคลในอดีต ไม่ได้หมายความว่าฮายองมีแนวคิดหรือสนับสนุนการกระทำดังกล่าว


 


 


สรุปข่าว

ดราม่าขุดอดีตปู่ทวดของ "ฮายอง" บานปลายจนต้นสังกัดต้องออกมาขอโทษ หลังพบหลักฐานฝักใฝ่ญี่ปุ่นจริงตามข้อกล่าวหา กระแสต้านส่งผลกระทบอย่างหนักจนเธอต้องยกเลิกงานสัมภาษณ์ซีรีส์ใหม่กับ Netflix

อนาคตกำลังจะไปได้สวยอยู่แล้ว เพราะล่าสุดเธอได้ก้าวขึ้นมารับบทนางเอกเต็มตัว   แต่ไม่นานมานี้นักแสดงสาว "ฮายอง"  กลับต้องเจอ มรสุมใหญ่ จนชาวเน็ตเกาหลีเรียกร้องให้แบนและแถมยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีการเปิดเผยหลักฐานในอดีตว่าครอบครัวของเธอมีพฤติกรรมฝักใฝ่ญี่ปุ่นช่วงสงคราม

 

จากรายการทีวี สู่การขุดอดีตฝั่งบรรพบุรุษ

ประเด็นนี้เริ่มขึ้นหลังจากที่ ฮายอง ได้ไปออกรายการวาไรตี้และพูดถึงทวด   ด้วยความภาคภูมิใจว่าเป็นถึงหมอแผนปัจจุบันคนแรกของเกาหลีที่ได้รับการรับรองจากญี่ปุ่น ทั้งยังเคยรักษาเจ้านายชั้นสูงในอดีต ก่อนที่ชาวเน็ตจะตามหาข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าว และเชื่อมโยงไปถึง อันซังโฮ แพทย์ที่มีประวัติทำงานในช่วงที่เกาหลีอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังพบเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่ระบุชื่อของเขาอยู่ในรายชื่อคณะกรรมการของ แทจองชินมกฮเว เมื่อปี 1916 ซึ่งเป็นองค์กรในช่วงที่เกาหลีอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ยังมีการนำบทความจากหนังสือพิมพ์ในยุคอาณานิคมกลับมาพูดถึงอีกครั้ง โดยเนื้อหากล่าวถึงการใช้ชีวิตแบบญี่ปุ่นของอันซังโฮและครอบครัว รวมถึงแนวคิดเรื่องการผสมกลมกลืนระหว่างเกาหลีกับญี่ปุ่นในเวลานั้น

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ควรแยกให้ออกระหว่าง ประวัติของอันซังโฮกับตัวฮายองเอง เพราะข้อมูลที่ถูกเปิดเผยเป็นเรื่องของบุคคลในอดีต ไม่ได้หมายความว่าฮายองมีแนวคิดหรือสนับสนุนการกระทำดังกล่าว


 


 


ทำไมคนเกาหลีไม่พอใจ?

สาเหตุที่เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ในเกาหลีส่วนหนึ่งมาจากความอ่อนไหวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ช่วงที่เกาหลีตกอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น โดยเฉพาะบุคคลที่ถูกมองว่ามีส่วนร่วมกับองค์กรหรือแนวคิดที่สนับสนุนฝ่ายญี่ปุ่น

กระแสยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้นเมื่อชาวเน็ตพบว่า ฮายองเคยร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Remember เมื่อปี 2022 ซึ่งเป็นหนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายชราที่ออกตามแก้แค้นผู้ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายญี่ปุ่นในช่วงยุคอาณานิคม แม้ฮายองจะรับบทเล็ก ๆ เป็นพนักงานร้านอาหาร แต่เมื่อประวัติครอบครัวกลายเป็นประเด็นขึ้นมา ผู้ชมบางส่วนจึงมองว่าเป็นเรื่องที่ดูย้อนแย้ง

ขณะเดียวกัน กระแสวิจารณ์ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องบทบาทในภาพยนตร์ แต่ยังมีการตั้งคำถามถึงการที่ก่อนหน้านี้มีการพูดถึงครอบครัวในแง่ความภาคภูมิใจ ก่อนที่ข้อมูลเกี่ยวกับอดีตของอันซังโฮจะถูกนำมาเปิดเผย

ท่าทีของฮายองต่อเรื่องนี้

ในช่วงแรก BISTUS Entertainment  ต้นสังกัดของฮายองออกมาชี้แจงว่า ข้อมูลเกี่ยวกับอันซังโฮในประเด็นการฝักใฝ่ญี่ปุ่นนั้นไม่เป็นความจริง แต่หลังจากตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ต้นสังกัดกลับพบว่าชื่อของอันซังโฮปรากฏอยู่ในรายชื่อคณะกรรมการของแทจองชินมกฮเวจริง

ต้นสังกัดจึงออกแถลงการณ์อีกครั้งเพื่อยอมรับข้อมูลดังกล่าว พร้อมขอโทษที่ให้คำตอบแรกเร็วเกินไปโดยไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียด และยอมรับว่าประเด็นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการตรวจสอบอย่างมาก

ส่วนฮายองเองไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่สนับสนุนการกระทำของบรรพบุรุษ โดยต้นสังกัดระบุว่าเธอตระหนักถึงความกังวลที่เกิดขึ้นและจะวางตัวด้วยความระมัดระวังมากขึ้น

ล่าสุดดูเหมือนว่ากระแสดราม่าจะเริ่มส่งผลต่อการโปรโมตผลงานของฮายองแล้ว เมื่อทาง Netflix ประกาศว่า ฮายองจะไม่เข้าร่วมการสัมภาษณ์โปรโมตซีรีส์ Our Sticky Love ในวันที่ 14 สิงหาคม 2026 ท่ามกลางกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับประวัติของครอบครัวที่กำลังเกิดขึ้น

 ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่า ดราม่าดังกล่าวจะส่งผลต่อกิจกรรมในอนาคตของเธอหรือไม่  




ที่มาข้อมูล : havv_y

ที่มารูปภาพ : havv_y