

สรุปข่าว
วันนี้ ( 3 ก.ค. 67 )ศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ผ่าน Facebook : Thon Thamrongnawasawat ระบุว่า ความเสี่ยงอันดับ 1 ของโลกคือภัยพิบัติจากสภาพอากาศสุดขีด อันดับ 3 คือความพินาศของระบบนิเวศ ! โลก ที่เปลี่ยนไป เมื่อโลกเดือด ปัญหาเกิดทุกทิศทาง ใต้น้ำ บนบก บนฟ้า ล้วนเจอได้หมด ยังมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว
สั้นแบบตูมเดียวคือ extreme weather events ความเสี่ยงอันดับ 1 ของโลก เช่น ฝนเหมือน rain bomb ที่เพิ่งเล่าไป ยังมีพายุที่แรงจัดเข้ามาในช่วงเวลาแปลกๆ ตัวอย่างเช่น “พายุเฮอริเคนเบอรีล” ที่กำลังปั่นป่วนแคริบเบียน ถือเป็นพายุเฮอริเคนระดับ 5 ที่เกิดในช่วงเวลาที่ไม่ควรเกิด
ช่วงเดือนนี้ยังไม่ควรมีพายุแรงระดับนี้ ฤดูพายุต้องอีก 2-3 เดือนสิ แต่โลกเดือดทำให้อะไรก็เกิดได้ “พายุเฮอริเคนเบอรีล” จึงเป็นเฮอริเคนระดับ 5 ที่มาเร็วสุดในประวัติศาสตร์ สร้างความเสียหายให้หมู่เกาะต่างๆ ที่ลมพัดผ่าน เพราะไม่มีใครคิดว่าเธอจะมา
“No one knew it would be this bad” นั่นคือสิ่งที่คุณป้าเจ้าของโรงแรมคิด ก่อนที่เธอจะพบว่าแทบทุกอย่างบนเกาะพินาศสิ้น “Almost whole island homeless”
หากสภาพอากาศสุดขีดเป็นแบบตูมเดียว หายนะของระบบนิเวศก็เป็นระยะสั้น/กลาง/ยาว ปะการังฟอกขาว วิกฤตหญ้าทะเล ที่เมืองไทยเจออยู่คือประเด็นที่จัดเป็นความเสี่ยงอันดับ 3 ของโลก น่าเป็นห่วงว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องใหม่ การรับมือและปรับตัวแตกต่างจากระบบในอดีต เมืองไทยอาจปรับตัวไม่ทัน แต่สิ่งเหล่านั้นมันเกิดแล้ว
มันเข้าใจยาก มันรับมือลำบาก แต่มันเกิดแล้ว และมันจะเกิดบ่อยขึ้น ความเสียหายจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ก็คงได้แต่บอก พยายามเน้นย้ำกันไว้ในทุกที่ๆ ไปพูด เขียนเรื่องนี้บ่อยครั้ง เพราะเมืองไทยลำบากแน่หากเรายังไม่สนใจ
ข้อมูลจาก: Thon Thamrongnawasawat
ภาพจาก: Thon Thamrongnawasawat
ที่มาข้อมูล : -