"เอลนีโญ" คาดทำไฟป่าปลายปีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ 17 จว.ภาคเหนือ

"เอลนีโญ" คาดทำไฟป่าปลายปีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ 17 จว.ภาคเหนือ

สรุปข่าว

วันนี้ ( 25 ส.ค. 66 )จากสถานการณ์เอลนีโญที่เริ่มรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ปลายปีนี้ประเทศเตรียมรับมือการสถานการณ์ไฟป่าเพิมขึ้นโดยเฉพาะ 17 จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือ โดยทางสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า ได้คาดการณ์ว่า จะมีจุดความน้อนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่าน เนื่องจากภัยแล้ง และฝนตกน้อย ส่งผลให้มีเชื้อเพลิงธรรมชาติสะสมอยู่มาก


นายสยาม ลววิโรจน์วงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักประยุกต์และบริหารภูมิสารสนเทศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เผยว่า จากการเก็บข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึง เดือนพฤษภาคม 2566 พบจุดความร้อน หรือ จุด hotspot  มากถึง 1 แสนจุด ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วนั้น ปีที่แล้วถือว่าน้อยกว่านี้ 4.5 เท่า จึงเห็นได้ชัดว่า ปลายปี 2565 ถึงต้นปี 2566 มีจุดความร้อนเพิ่มมากขึ้น 


สาเหตุที่จุดความร้อนเพิ่มมากขึ้น มีหลายสาเหตุ ทั้งเรื่องของการเกิดขึ้นตามธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งจากข้อมูลของดามเทียมพบว่า ไฟป่าเกิดขึ้นในพื้นที่ป่าร้อยละ 80 และส่วนพื้นที่เกษตรกรรมอยู่ที่ร้อยละ 20 โดยพื้นที่ที่น่าเป็นกังวล ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน เป็นจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของประชาชนในพื้นที่ด้วย 


โดยผู้อำนวยการ สำนักประยุกต์และบริหารภูมิสารสนเทศ ยังเผยอีกว่า ปลายปี 2566 ถึงต้นปี 2567 นี้ จากสภาวะเอลนีโญที่กำลังเกิดขึ้นจะทำให้เกิดจุดความร้อนเพิ่มขึ้น เนื่องจากความแห้งแล้งในพื้นที่ ฝนตกน้อย เชื้อเพลิงธรรมชาติในพื้นที่  เช่น เศษดิน เศษหญ้า กิ่งไม้ และใบไม้แห้ง สะสมอยู่มานาน เพราะหากย้อนในปี 2563-2564 มีปริมาณฝนตกมาก ทำให้เศษวัชพืชต่างๆไม่ได้ถูกเผาไหม้ ส่งผลให้มีเชื้อเพลิงในธรรมชาติค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นต้นเหตุที่มาของไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นรุนแรง  


โดย จิสด้า จะมีการติดตามข้อมูลเฝ้าระวังจุดความร้อน และจะส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปวางแผนบริหารจัดการเชื้อไฟและจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยงต่อไป เพื่อช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ 


ทั้งนี้ จิสด้า ยังจะติดตามและรายงานสถานการณ์ต่อเนื่องเพื่อเป็นข้อมูลให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่


ภาพจาก : AFP 

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :