สรุปข่าว
นี่คือหน้าตาของ "เงาะลิ้นจี่" หรือ "เงาะปูลาซัน" ผลไม้ชื่อแปลก ลักษณะผลก็แปลก เพราะเหมือนเงาะ ผสมลิ้นจี่ จึงเป็นที่มาของชื่อเงาะลิ้นจี่ เป็นผลไม้หาทานยาก แต่มีให้ทานที่สวนของคุณสุนีพร เหล่าวิวัฒน์เกษม สาวชาว ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา
คุณสุนีพร บอกว่า เธอมีความคิดที่ต่าง แปลกแหวกแนวจากชาวสวนคนอื่น ด้วยการเลือกปลูกผลไม้ผสมผสานหลายอย่าง บนพื้นที่ 60 ไร่ แต่ผลไม้ที่ปลูกมากสุด คือ เงาะลิ้นจี่ มีประมาณ 120 ต้น บนเนื้อที่กว่า 20 ไร่
ซึ่งถือเป็นเจ้าแรกๆ ที่ปลูกเงาะลิ้นจี่ มากที่สุดในอำเภอเบตง โดยเธอมารับช่วงดูแลสวนต่อจากคุณพ่อ ที่เมื่อ 20 ปีที่แล้วได้นำต้นพันธุ์มาจากประเทศมาเลเซียมาปลูก 100 ต้น ปลูกประมาณ 3-4 ปี ก็มีผลผลิต
ข้อดีของการปลูก"เงาะลิ้นจี่" ก็คือ การดูแลก็ไม่ยาก ลงทุนน้อยกว่าทุเรียน ผลผลิตก็ออกปีละ 1 ครั้ง เริ่มเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม
ส่วนราคาไม่ธรรมดา ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 130 บาท มีรายได้ต่อปีก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับผลผลิตว่าจะออกมากหรือน้อย รายได้มากสุดจากการจำหน่ายเงาะลิ้นจี่ ประมาณ 500,000 กว่าบาทต่อปี
ช่องทางการขายจะเน้นทางออนไลน์ หรือมาซื้อได้ที่สวนทางสวนยังมีต้นพันธุ์จำหน่ายในราคา ต้นละ 450 บาท
"เงาะลิ้นจี่" ลูกมีขนาดเท่าเงาะ หรืออาจจะใหญ่กว่า ไม่มีขนเหมือนเงาะ มองดูคล้ายลิ้นจี่ยักษ์ รสชาติหอมหวาน เปลือกหนา เนื้อไม่ติดเมล็ด พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในประเทศมาเลเซีย, อินโดนีเซีย เมื่อนำมาปลูกในพื้นที่อำเภอเบตง ซึ่งมีสภาพอากาศเย็นชื้น มีฝนตกชุก จึงทำให้รสชาติแตกต่างจากปลูกในต่างประเทศ
ที่มาข้อมูล : -