Uniqlo โหมบุกยุโรปสู้ H&M – Zara I การตลาดเงินล้าน

สรุปข่าว

นิเคอิ เอเชีย รายงานว่า ฟาสต์ รีเทลลิง (Fast Retailing) บริษัทแม่ของ ยูนิโคล่ (Uniqlo) กำลังขยายธุรกิจร้านค้าปลีกแฟชั่น "ยูนิโคล่" ในทวีปยุโรปต่อเนื่อง เห็นได้จากเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เปิด แฟลกชิป สโตร์ ยูนิโคล่ หลายแห่งทั่วยุโรป ทั้งที่ โรม ในอิตาลี และ เอดินบะระ ในสหราชอาณาจักร รวมถึงการเปิดสาขาเพิ่มอีก ในลอนดอน, มิลาน และที่เมือง นีซ ของฝรั่งเศส ส่งผลให้ล่าสุด มีสาขาในยุโรปแล้ว 76 แห่ง จากสาขาทั้งหมดทั่วโลก 2,469 สาขา

ทั้งนี้ ยูนิโคล่ กำลังเปลี่ยนโฟกัสของธุรกิจไปที่การเปิด แฟลกชิป สโตร์ในยุโรปเพิ่มขึ้น หลังพบว่า ตลาดในจีนซบเซา พร้อมตอกย้ำ เอกลักษณ์ที่แตกต่างจากแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นที่เป็นเจ้าตลาดยุโรปในปัจจุบัน อย่าง H&M และ Zara

การมุ่งขยายตลาดในยุโรป เป็นเพราะปัจจุบันร้านค้าเรือธงในเมืองใหญ่ของยุโรป ทำรายได้คิดเป็นครึ่งหนึ่งของบริษัทฯ เห็นได้จาก รายงานผลประกอบการ ตามปีบัญชีที่ผ่านมา สิ้นสุด ณ เดือน สิงหาคม 2023 พบว่า สาขาในยุโรปทำรายได้ต่อสาขา อยู่ที่ 2,900 ล้านเยน (ราว 18.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) สูงกว่าตลาดในญี่ปุ่นที่มี 800 สาขา มีรายได้ต่อสาขา 1,100 ล้านเยน ส่วนในประเทศจีน ซึ่งรวมทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน ที่ ยูนิโคล่ มีสาขาจำนวนมากสุด จำนวน 1,031 สาขา แต่ทำรายได้ต่อสาขา อยู่ที่ 601 ล้านเยน

ยุโรป ถือเป็นสมรภูมิของอุตสาหกรรมแฟชัน ซึ่งถูกครอบงำ โดยบริษัท ฟาสต์แฟชัน ยักษ์ใหญ่ อย่าง อินดิเท็กซ์ (Inditex) จากสเปน ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ ซาร่า และอีกรายคือ ฮานเนส แอนด์ โมริต์ซ หรือ เอช แอนด์ เอ็ม (Hennes & Mauritz - H&M) จากสวีเดน

เมื่อเปรียบเทียบด้านยอดขาย ฟาสต์ รีเทลลิง บริษัทแม่ ของยูนิโคล่ ยังมีขนาดเล็กกว่า โดย มียอดขายทั่วโลกต่อปี อยู่ที่ประมาณ 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ อินดิเท็กซ์ มียอดขาย 39,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ เอช แอนด์ เอ็ม มียอดขายทั่วโลก 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ สำหรับ ยูนิโคล่ มีเป้าหมายธุรกิจที่ค่อนข้างท้าทาย ในการรุกขยายสู่ตลาดโลก

ทาดาชิ ยานาอิ (Tadashi Yanai) ประธานกรรมการ ฟาสต์ รีเทลลิง เปิดเผยกับสื่อในงานแถลงข่าว เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา บอกว่า การเติบโตของบริษัทฯ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้น 3 เท่าในทุก 10 ปี ดังนั้น ในทศวรรษข้างหน้า (อีก 10 ปีข้างหน้า) บริษัทฯ จึงตั้งเป้าเติบโตอีก 3 เท่า หรือมีเป้าหมายยอดขาย เพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านล้านเยน

ซึ่งยอดขายที่เพิ่มขึ้นนั้น จะเพิ่มขึ้นจาก 3 ภูมิภาค คือ จีน ฮ่องกง และไต้หวัน, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้ง อเมริกาเหนือและยุโรป ซึ่งจะเป็นยอดขายจากต่างประเทศจะมากกว่ายอดขายในประเทศ 

อย่างไรก็ดี ล่าสุด ผู้บริหาร ยูนิโคล่ กล่าวด้วยว่า เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมาย 10 ล้านล้านเยนนั้น บริษัทฯ จะดำเนินการผ่านกลยุทธ์ทั่วโลก ที่เรียกว่า "การทูตรอบด้าน" โดยกำลังพยายามปรับเปลี่ยน ไปสู่รูปแบบธุรกิจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่ามกลางการบริโภคในตลาดจีนที่อ่อนแอลง

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :