เศรษฐีโลกย้ายถิ่นหนีจีน-อังกฤษ เข้า UAE I การตลาดเงินล้าน

สรุปข่าว

รายงานของเฮนลีย์ ไพรเวท เวลธ์ ไมเกรชั่น รีพอร์ต (Henley Private Wealth Migration Report) ซึ่งเขียนโดยที่ปรึกษาด้านการย้ายถิ่นของเฮนลีย์แอนด์พาร์ตเนอร์ส เศรษฐีย้ายออกจากสหราชอาณาจักรมากขึ้นกว่าปีที่แล้วถึง 2 เท่า

โดมินิก โวเลค หัวหน้ากลุ่มลูกค้าเอกชนของเฮนลีย์กล่าวว่า ขณะที่โลกกำลังต่อสู้กับพายุที่สมบูรณ์แบบของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม บรรดาเศรษฐีต่างก็ขยับโยกย้ายจำนวนมากเป็นประวัติการณ์

นิวเวิล์ดเวลธ์ พันธมิตรด้านการวิจัยของเฮนลีย์ ประเมินตัวเลขการย้ายถิ่นโดยอิงจากข้อมูลการย้ายถิ่นฐาน สถิติโครงการการย้ายถิ่นฐานการลงทุน และการสัมภาษณ์คนในอุตสาหกรรมความมั่งคั่ง

การประเมินดังกล่าวมีขึ้นขณะที่อังกฤษคาดหมายว่าจะมีการเลือกตั้งในอีกกว่า 2 สัปดาห์ โดยพรรคแรงงานฝ่ายค้าน ซึ่งสนับสนุนการเก็บภาษีเพิ่มสูงขึ้นสำหรับคนรวย มีคะแนนนำเหนือพรรคอนุรักษ์นิยมประมาณ 20 คะแนน 

รายงานระบุว่าตัวเลขของคนฐานะร่ำรวยเป็นพิเศษที่อพยพออกจากสหราชอาณาจักรมากขึ้นอย่างรวดเร็วคือผลลัพธ์ของแนวโน้มที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วง Brexit โดยนับตั้งแต่ปี 2560 - 2566 สหราชอาณาจักรสูญเสียเศรษฐีไปจำนวน 16,500 ราย นับเป็นความผกผันของประเทศที่ครั้งหนึ่งเป็นดั่งแม่เหล็กดึงดูดครอบครัวร่ำรวยจากยุโรป เอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลางเข้ามา มานานหลายทศวรรษ ซึ่งส่วนใหญ่กระจุกตัวกันอยู่ที่ลอนดอน และมากกว่าร้อยละ 7 ของเศรษฐีที่คาดว่าจะโยกย้ายถิ่นฐานไปทั่วโลกในปีนี้จะออกมาจากสหราชอาณาจักร 

ฮันนาห์ ไวท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสถาบันเพื่อรัฐบาลในลอนดอนกล่าวว่า นั่นสะท้อนให้เห็นถึงการสะสมของหลายปัจจัยที่ทำให้ประเทศไม่น่าดึงดูดสำหรับคนรวย ได้แก่ Brexit วิกฤตพลังงานจากสงครามในยูเครน และการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในเวลาต่อมา

ขณะที่แนวโน้มทางการเมืองก็ไม่ได้น่าดึงดูด เมื่อพรรคอนุรักษ์นิยมและพรรคแรงงานต่างให้คำมั่นที่จะยกเลิกสิทธิพิเศษทางภาษีสำหรับผู้อยู่อาศัยที่ไม่มีภูมิลำเนา ซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่ร่ำรวยที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักร หรือที่รู้จักกันในชื่อ นอน-ดอมส์ ด้านเคียร์ สตาร์มเมอร์ ผู้นำพรรคแรงงานยังมีแผนเพิ่มเติมในการเก็บภาษีคนรวยด้วย

สำหรับจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของเศรษฐีคือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งคาดว่าปีนี้จะดึงดูดคนรวยได้ 6,700 คน ประเทศนี้เป็นที่นิยมของผู้มั่งคั่งจากอินเดียและตะวันออกกลางมายาวนาน ประเทศนี้ยังให้การต้อนรับชาวรัสเซียหลายพันคนหลังเกิดสงครามยูเครน มีการคาดการณ์ว่าจะมีเศรษฐีเพียงประมาณ 1,000 คนเท่านั้นที่จะเดินทางออกจากรัสเซียในปีนี้ ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ออกไปในปีที่แล้ว และลดลงจาก 8,500 คนในปี 2565

ขณะที่การไหลเข้าของเศรษฐีรัสเซียไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ชะลอตัวในปีที่ผ่านมา สัดส่วนนี้ก็ได้รับการชดเชยด้วยชาวยุโรปและชาวอังกฤษที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามามากขึ้น โดยจำนวนของเศรษฐีที่อาศัยอยู่ในเมืองดูไบที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพิ่มขึ้นร้อยละ 78 ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากไม่มีการเก็บภาษีรายได้ส่วนบุคคล เขตเวลาที่สะดวกสำหรับหลายทวีป การมีสนามบินระดับโลก อีกทั้งอาบูดาบีและดูไบต่างก็สร้างตลาดการเงินที่ซับซ้อนเพื่อดึงดูดบริษัทระดับโลกและสำนักงานบริหารความมั่งคั่งครอบครัวให้มาตั้งธุรกิจ 

ด้านสหรัฐฯคาดว่าจะต้อนรับมหาเศรษฐีหน้าใหม่มากเป็นอันดับสองของโลกด้วยจำนวน 3,800 ราย ตามมาด้วยสิงคโปร์ซึ่งคาดว่าจะมีมหาเศรษฐีเข้ามา 3,500 ราย 


ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :