
นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER เปิดเผยว่า รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2567 มีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 522.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากปี 2566 ที่มีกำไรอยู่ที่ 416.29 ล้านบาท เป็นผลมาจากรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล ทำได้ 2,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีรายได้อยู่ที่ 1,916 ล้านบาท
โดยรายได้จากการศัลยกรรมเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของรายได้จากหัตถการ ศัลยกรรมยกคิ้ว ศัลยกรรมหน้า และสุขภาพชาย รวมถึงรายได้จากการปลูกผมและดูแลเส้นผม นอกจากนี้ บริษัทมีการทำการตลาดในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีลูกค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศ อินโดนีเชีย เมียนมา จีน เข้ามาใช้บริการ ส่งผลให้รายได้จากการศัลยกรรมความงามปรับตัวเพิ่มขึ้น
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น เป็น 24.20% เมื่อเทียบกับปี 2566 อยู่ที่ 21.42% และบริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นจากการประกอบกิจการโรงพยาบาล เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2566 สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น59.93% เมื่อเทียบกับปี 2566 อยู่ที่ 59.05%

สรุปข่าว
นอกจากนี้ บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 3% จากปี 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่บริษัท มีการควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายทางการตลาดลดลง กลยุทธ์การโฆษณาผ่านทางสื่อออนไลน์ การปรับเปลี่ยน ให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น สนับสนุนต่ออัตราการทำกำไรของบริษัทฯ ที่ดีขึ้นทิศทางเดียวกัน
ทางด้านรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2567 มีกำไรสุทธิ 219 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล 635 ล้านบาท เติบโต 17% จากปี 2566 มีรายได้อยู่ที่ 543 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากศัลยกรรมทำได้ 541 ล้านบาท เติบโต 17% จากปี 2566 สาเหตุการเติบโตมาจากการรายได้ในหัตถการศัลยกรรมยกคิ้ว สุขภาพชาย และศัลยกรรมหน้า
เเละบริษัทมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 34.4% เมื่อเทียบกับปี 2566 อยู่ที่ 30.1% โดยมีสาเหตุมาจากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ประกอบกับ รายได้จากส่วนแบ่งของเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นและการบริหารค่าใช้จ่ายทางการขายที่ดีขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิที่สูงขึ้น
ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทพิจารณาจ่ายเงินปันผล โดยมีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 เพื่อการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานประจำปี 2567 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.80 บาท โดยกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล ในวันที่ 12 มีนาคม 2568 (Record Date) และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 ซึ่งกำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ในวันที่ 23 เมษายน 2568
อย่างไรก็ตาม ปี 2568 บริษัทวางแผนรุกขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพื่อผลักดันสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มเป็น 40% โดยเน้นการขยายฐานลูกค้าไปยัง อินโดนีเซีย เมียนมา ลาว จีน และกัมพูชา ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการด้านศัลยกรรมความงามสูง นอกจากนี้ MASTER ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานบริการและประสบการณ์ลูกค้า โดยมุ่งสู่การเป็น Regional Aesthetic Leader หรือผู้นำด้านศัลยกรรมความงามในระดับภูมิภาค
“เรามองเห็นโอกาสในการเติบโตจากตลาดต่างประเทศ ที่มีความต้องการบริการศัลยกรรมความงามระดับพรีเมียมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง MASTER จึงมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพบริการ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ ควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายการเติบโตระยะยาว” นางสาว ลภัสรดา กล่าว

ธนานันท์ แก้ววิเศษ