5 เรื่องต้องรู้ กับภาษีเงินปันผล WEALTH STORY I WEALTH LIVE

เรื่องต้องรู้ กับภาษีเงินปันผล

เงินปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% ของมูลค่าเงินปันผล

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณได้รับเงินปันผล 100 บาทก็จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 10 บาท ภาษีของเงินปันผล ถือว่าเป็นภาษีที่ซ้ำซ้อนเนื่องจากบริษัทจะต้องเสียภาษีนิติบุคคลในอัตรา 20% ของกำไรสุทธิแล้วจึงจะมาเก็บจากนักลงทุนอีก 10% ซึ่งคิดเป็นภาษีที่ต้องเสียประมาณ28% เช่นบริษัทมีกำไรก่อนภาษี 100 บาท ก็จะต้องเสียภาษีนิติบุคคลในอัตรา 20% หรือ 20 บาท จากนั้นกำไรสุทธิที่เหลืออยู่ 80 บาท ถ้าบริษัทจ่ายเงินปันผลทั้งหมดก็จะถูกหักภาษีณที่จ่ายไว้อีก 10% หรือเท่ากับ 8 บาท ถัดไปก็คือเงินได้จากเงินปันผล นักลงทุนมีสิทธิ์ที่จะเลือกนำมาคำนวณเป็นเงินได้หรือไม่นำมาคำนวณก็ได้ แต่ถ้าเกิดเลือกนำมาคำนวณเป็นเงินได้ เราจะต้องนำเงินปันผลทั้งหมดที่เราได้รับมาคำนวณ ไม่สามารถที่จะเลือกเงินปันผลเพียงอย่างเดียว 

สรุปข่าว

จะเห็นได้ว่าเงินปันผลที่ได้รับมีการเสียภาษีที่ซ้ำซ้อน เราก็สามารถที่จะขอคืนภาษีนั้นได้ผ่านเครดิตภาษีเงินปันผล แต่ว่าเราจำเป็นที่จะต้องประเมินว่าเรามีรายได้หรือมีเงินได้สุทธิที่จะเสียภาษีในอัตราเท่าไหร่ แล้วจึงคิดว่าควรจะนำเงินได้จากเงินปันผลมาคำนวณเป็นเงินได้ของเราหรือไม่ แทนที่เราจะได้รับเงินภาษีเงินคืน อาจจะเสียภาษีเพิ่มก็เป็นได้

ควรที่จะนำเงินปันผลนั้นมาคำนวณเป็นเงินได้หรือไม่?

ต้องดูว่าเราเสียภาษีอยู่ในฐานที่เท่าไหร่ เพราะภาษีของเงินปันผลที่ถูกหักไป คิดเป็นประมาณ 28% ของกำไรของกิจการนั้นๆ ซึ่งถ้าเราเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในฐานที่ต่ำกว่า 28% เราก็ควรที่จะนำรายได้ของเงินปันผลเข้ามาคำนวณเป็นเงินได้ แต่หากเราเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในฐานที่สูงกว่า 30% ขึ้นไป ก็ไม่ควรนำเงินปันผลนั้นมาคำนวณเป็นเงินได้ 

จะรู้ได้อย่างไรว่ามีเครดิตภาษีเงินคืนจากเงินปันผลเท่าไหร่?

เราสามารถคำนวณได้โดย (มูลค่าเงินปันผล x อัตราภาษีนิติบุคคล =ผลลัทธ์) ÷ (100 - อัตราภาษีนิติบุคคล=ผลลัทธ์)

ยกตัวอย่าง ถ้าเราได้รับเงินปันผล 80 บาท ก็นำไปคูณอัตราภาษีนิติบุคคลที่ 20 ก็จะได้ 1,600 หลังจากนั้นให้หารด้วย 80 โดยการคำนวณจาก 100 ลบด้วยอัตราภาษีนิติบุคคล เท่ากับ 20 นั่นเอง ก็จะได้เครดิตภาษีเงินคืนสำหรับเงินปันผลหุ้นตัวนั้น ที่ 20 บาท

แท็กบทความ

ภาษีหุ้น
ภาษีเงินปันผล
ภาษีเงินได้การลงทุนลดหย่อนภาษี