
นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL ผู้นำบริษัทก่อสร้างครบวงจรชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างปี 2568 ภาครัฐยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง จากงานเมกะโปรเจกต์ที่จะทยอยออกมา โดยบริษัทมีแผนการเข้าประมูลงานใหม่ อาทิ
- งาน Highway project ทางหลวงสายในกรุงเทพฯ-ทางหลวงสายในภาคใต้ มูลค่างานรวมโดยประมาณ 2,000 ล้านบาท
- งาน PPP PROJECT โครงการดอนเมืองโทเวย์ - โครงการทางด่วนหาดใหญ่- สะเดา มูลค่างานโดยประมาณกว่า 30,000 ล้านบาท
- งาน Other project โครงการเขื่อน วางท่อประปา โครงการของกรุงเทพมหานคร โครงการสนามบิน และงานเอกชนต่างๆ มูลค่างานโดยประมาณ 10,200 ล้านบาท
- และงาน SRT Projects รถไฟฟ้าความเร็วสูงช่วงระยะที่ 2 โคราช-หนองคาย องค์การรถไฟรถไฟฟ้ารางคู่ สายภาคใต้มูลค่ารวมโดยประมาณ 30,000 ล้านบาท

สรุปข่าว
สำหรับในปี 2568 บริษัทคาดว่าจำนวนงานประมูลที่เข้ามาใหม่ จะอยู่ที่ราว 7,000 ล้านบาท จากบริษัทจากปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) จากข้อมูล ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2567 จำนวน 24,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงานที่ลงนามสัญญาแล้ว 14,300 ล้านบาท พร้อมรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2571 โดยตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตแตะ 7,000 ล้านบาท รวมถึงเพิ่มความสามารถการทำกำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับ 6 - 8%
ทั้งนี้บริษัทวางแผนการดำเนินงานด้วยกลยุทธ์ FAST ประกอบด้วย Family, Attitude, Safety/Sustainability และ Tenacity เป็นแนวคิดหลักของการทำงานครอบคลุมทั้งระบบการทำงานที่รวดเร็วและมีคุณภาพ เพื่อนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ โดยเน้นการสร้างความผูกพันในองค์กร การมีทัศนคติเชิงบวก การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความยั่งยืน การทำงานอย่างมุ่งมั่นและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ CIVIL ยังคงมุ่งเน้นการบริหารกระแสเงินสดในทุกขั้นตอนดำเนินงาน โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการบริหารจัดการโครงการ อาทิ โปรแกรม Power BI และระบบ RPA เพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้าง การติดตามความคืบหน้าของงาน การบริหารงบประมาณ และการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ส่งผลให้บริษัทสามารถส่งมอบงานได้ตรงตามแผนที่กำหนดไว้และมีสภาพคล่องที่ดีขึ้น
อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการก่อสร้าง ความปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนให้ความสำคัญกับการดูแลพันธมิตรทางธุรกิจ ให้มีฐานะทางการเงินที่ดี มีความพร้อมในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน
“บริษัทเล็งเห็นโอกาสการเติบโตจากโครงการภาครัฐและเอกชนที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการรถไฟฟ้า โครงการถนน โครงการพลังงาน โครงการท่าอากาศยาน ซึ่งบริษัทมีความพร้อมในการเข้ารับงานขนาดใหญ่และมีความซับซ้อน โดยมีทีมงานที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ รวมถึงเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย ประกอบกับกลยุทธ์ FAST ที่เข้ามาส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน เชื่อว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้” นายปิยะดิษฐ์ กล่าว
ที่มาข้อมูล : TNN Wealth
ที่มารูปภาพ : ซีวิลเอนจีเนียริง

ธนานันท์ แก้ววิเศษ