
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets: SCB FM) เปิดเผยว่า หลังผลประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติปรับลดดอกเบี้ยมาที่ร้อยละ 2.00 ทำให้เงินบาทปรับอ่อนค่าเหนือ 34.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะกลับมาอ่อนค่าที่ระดับใกล้เคียงเดิม และในระยะ 1 เดือนนี้ มองว่าเงินบาทยังมีแนวโน้มทรงตัวในกรอบ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส สายงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่าในช่วงที่ผ่านมา เงินบาทมักได้รับอิทธิพลจากผลของมาตรการเก็บภาษีศุลากร หรือ Tariffs เป็นหลัก แต่จากท่าทีของทรัมป์เริ่มผ่อนปรนลง และความไม่แน่นอนในการประกาศใช้จริง ทำให้ตลาดตอบสนองต่อปัจจัยนี้น้อยลงมาก ทำให้เงินบาทผันผวนน้อยลงและยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ

สรุปข่าว
นอกจากนี้ พบว่ามีช่วงที่เงินบาทแข็งค่าจากแรงหนุนของเงินยูโรและเงินเยนที่กลับมาแข็ง แต่บาทกลับมาอ่อนค่าเร็วจาก Sentiment ตลาดหุ้นที่แย่ลงทำให้เงินไหลออก และมุมมองการลดดอกเบี้ยของ กนง. ที่มีมากขึ้นในตลาด Swap ช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ หากเงินบาทจะอ่อนค่าเหนือ 34.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ได้ SCB FM มองว่าอาจต้องมีการขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติม เช่น มีการประกาศขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ หรือสหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าต่อสินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ และยา ที่อัตราร้อยละ 25 ซึ่งอาจทำให้ตลาดมีการตอบสนองดันให้ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า และบาทอ่อนค่าเร็วได้
ดังนั้นผู้นำเข้า/ส่งออกให้พิจารณาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (FX hedging) ในภาวะที่ความผันผวนในตลาดเงินที่อาจกลับมาสูงขึ้นได้

Chakorn Nhukongmai
(Chakorn Nhukongmai)