IIF เผย “หนี้ทั่วโลก” แตะระดับสูงสุด

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สถาบันการเงินระหว่างประเทศ หรือ IIF เปิดเผยว่า อัตราส่วนหนี้สินต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของโลกเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2563 เมื่อปีที่แล้ว โดยมูลค่าหนี้สินของโลกแตะระดับสูงสุดในรอบปีใหม่ที่ 318 ล้านล้านดอลลาร์ และการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว

ทั้งนี้ หนี้สาธารณะทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น 7 ล้านล้านดอลลาร์นั้นน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของการเพิ่มขึ้นในปี 2566 ซึ่งตอนนั้นมีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการกู้ยืมเพิ่มขึ้น   อย่างไรก็ตาม IIF เตือนว่า bond vigilantes กลุ่มนักลงทุนในตลาดพันธบัตรที่อาจเทขายพันธบัตรของรัฐบาล หากการขาดดุลการคลังที่เพิ่มขึ้นยังคงดำเนินต่อไป



IIF เผย “หนี้ทั่วโลก” แตะระดับสูงสุด

สรุปข่าว

IIF เผย “หนี้ทั่วโลก” แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 318 ล้านล้านดอลล์

IIF กล่าวว่า อัตราส่วนหนี้ต่อ GDP ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการชำระหนี้อยู่ที่ระดับ 328% เพิ่มขึ้น 1.5% เนื่องจากระดับหนี้ของรัฐบาลที่ 95 ล้านล้านดอลลาร์ ขัดแย้งกับภาวะเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IIF) กล่าวว่า คาดว่าการเติบโตของหนี้จะชะลอตัวลงในปีนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจโลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และต้นทุนการกู้ยืมที่ยังสูงอยู่


อย่างไรก็ตามมีการเตือนว่าแม้จะมีต้นทุนการกู้ยืมที่สูงและความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจ แต่การคาดการณ์ว่าหนี้ของรัฐบาลจะเพิ่มขึ้น 5 ล้านล้านดอลลาร์ในปีนี้ อาจเพิ่มขึ้นเนื่องมาจากการเรียกร้องให้มีการกระตุ้นทางการเงินและการใช้จ่ายด้านการทหารที่เพิ่มขึ้นในยุโรป

ทั้งนี้ตลาดเกิดใหม่ ซึ่งขับเคลื่อนโดยจีน อินเดีย ซาอุดีอาระเบีย และตุรกี คิดเป็นประมาณ 65% ของการเติบโตของหนี้ทั่วโลกในปีที่แล้ว การกู้ยืมนี้ควบคู่ไปกับหนี้มูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ 8.2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งตลาดเกิดใหม่จำเป็นต้องชำระคืนในปีนี้ 10% ของหนี้ทั้งหมดเป็นสกุลเงินต่างประเทศ อาจทำให้ความสามารถของประเทศต่างๆ ในการรับมือกับพายุทางการเมืองและเศรษฐกิจที่กำลังใกล้เข้ามามีข้อจำกัด

ที่มาข้อมูล : สำนักข่าวรอยเตอร์

ที่มารูปภาพ : TNN

avatar

Chakorn Nhukongmai
(Chakorn Nhukongmai)