

สรุปข่าว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองธุรกิจผู้ประกอบการค้าปลีกและธุรกิจร้านอาหาร หลังภาครัฐออกมาตรการต่างๆ ทั้งมาตรการขอความร่วมมือปิดสถานประกอบการเป็นการชั่วคราว จนถึง 30 เมษายน เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรง เนื่องจากรายได้ของธุรกิจทั้ง 2 ประเภท ส่วนใหญ่มาจากการให้บริการหน้าร้าน/ในร้านเป็นหลัก
โดยคาดว่า มูลค่าตลาดค้าปลีกและตลาดร้านอาหาร โดยรวมจะลดลงรวม 72,000 ล้านบาท ในช่วงเวลาดังกล่าว จากคาดการณ์เดิม ณ ต้นปี
2563 คาดว่า จะมีมูลค่าโดยรวมมูลค่า 4.39 แสนล้านบาท เหลือ 3 แสน 6 หมื่นล้าน จึงจำเป็นต้องปรับตัว ด้วยการเพิ่มช่องทางการขายทางออนไลน์ (E-Commerce)พร้อมกับการบริการส่งสินค้า (Food Delivery)เพื่อชดเชยรายได้หลักที่หายไป
ขณะที่ บล.หยวนต้า ได้ออกบทวิเคราะห์ มองว่า ผลกระทบของแรงซื้อในกลุ่มค้าปลีก ส่งผลต่อการรับรู้รายได้ และกำไรที่ลดลง จึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 และ 2564 ของกลุ่มลดลง 7% และ 13% อยู่ที่ 4.6 หมื่นล้านบาท และ 4.9 หมื่นล้านบาท
สำหรับ กลุ่มฯ ที่มีสินค้าขายนอกเหนือจากสินค้าเพื่อยังชีพได้รับผลกระทบหนัก เช่น HMPRO-DOHOME-MC ที่ต้องปิดชั่วคราว แต่ที่ได้รับผลกระทบน้อยหน่อยก็จะเป็น หุ้นค้าปลีกที่ขายสินค้าเพื่อการยังชีพ เพราะยังสามารถเปิดได้คือ ซุปเปอร์มาร์เก็ต/ร้านสะดวกซื้อ/ร้านขายยาได้ ซึ่งบริษัทที่จะได้อานิสงส์ยังคงเป็น CPALL - MAKRO- BJC- CRC
เช่นเดียวกับนักวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก ที่แนะนำ "ทยอยสะสม" MAKRO, BJC และ CPALL เพราะมองว่าเป็นหุ้นค้าปลีกที่ยังได้ประโยชน์
website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand
ที่มาข้อมูล : -