

สรุปข่าว
วันนี้ (3 มี.ค.63) นายทวี เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่าเตรียมเสนอมาตรการลดค่าธรรมเนียมการใช้บริการภายในสนามบิน 28 แห่งที่อยู่ภายใต้การดูแลของ ทย.ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาภายในสัปดาห์นี้ ก่อนเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมาตรการดังกล่าวเป็นไปตามข้อสั่งการของคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ)และนโยบายของนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อเยียวยา และช่วยเหลือผู้ประกอบการภายในสนามบิน และสายการบิน
ตอนนี้ผู้ประกอบการร้านค้าและสายการบิน ได้รับผลกระทบจากจำนวนผู้โดยสารที่ลดลง อันเกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมาตรการที่ ทย.จะใช้ เป็นมาตรการที่ยึดถือแนวทางในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด"
สำหรับมาตรการดังกล่าว ประกอบด้วย 1.ลดราคาค่าเช่า 50% ให้กับผู้ประกอบการภายในอาคารที่พักผู้โดยสาร โดยต้องไม่ต่ำกว่าอัตราที่กรมธนารักษ์กำหนด และ 2.ลดค่าธรรมเนียมการขึ้น-ลง อากาศยาน 50% รวมไปถึงลดค่าธรรมเนียมการจอดอากาศยาน 90% เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายจากกรณีที่สายการบินต้องปรับลดเที่ยวบิน
นอกจากนี้ ยังเป็นมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการสายการบิน ที่จำเป็นต้องจอดอากาศยานทิ้งไว้ที่สนามบินของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เพราะปัจจุบันสนามบินของ ทอท. ตารางการบินค่อนข้างคับคั่ง และมีอัตราค่าธรรมเนียมการจอดอากาศยานที่สูงกว่าสนามบินของ ทย. อีกทั้งสนามบิน ทย. ยังมีหลุมจอดว่างอยู่ด้วย
นายทวี ยังกล่าวด้วยว่า มาตรการนี้จะดำเนินการ 6 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือน มี.ค.- ส.ค.2563 ซึ่งการดำเนินการตาม 2 มาตรการนี้ จะส่งผลให้เงินในกองทุนหมุนเวียนของ ทย. ลดลงไปประมาณ 200-300 ล้านบาท ส่งผลให้ ทย.ต้องขอให้กระทรวงคมนาคมเสนอเรื่องดังกล่าว เพื่อใหัรัฐบาลอุดหนุนเงินผ่านเข้ากองทุนฯ ของ ทย. เพื่อเป็นการชดเชยด้วย เนื่องจากเงินกองทุนฯ จะต้องนำไปใช้ในการดูแลบริการอำนวยความสะดวกผู้โดยสารของทั้ง 28 สนามบิน
สำหรับมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ปัจจุบัน ทย.ได้เพิ่มมาตรการให้ทุกสนามบินตรวจวัดไข้บุคลากรที่ปฏิบัติงานภายในสนามบิน รวมถึงพนักงานของร้านค้าต่างๆ ภายในสนามบิน หากพบว่ามีไข้ให้หยุดงานทันที พร้อมติดตามเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ได้สั่งการให้เพิ่มความถี่ทำความสะอาดทุกจุดทุก 3 ชั่วโมง รวมไปถึงติดตั้งหลอดยูวีบริเวณเครื่องปรับอากาศ เพื่อฆ่าเชื้อโรค
เกาะติดข่าวที่นี่website: www.TNNThailand.com
facebook : TNNThailand
twitter : @TNNThailand
Line : @TNNThailand
Youtube Official : TNNThailand
ที่มาข้อมูล : -