

สรุปข่าว
วันนี้ (6 ก.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมครม.เศรษฐกิจในวันนี้ จะมีการนำเสนอมาตรการสร้างบุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่จะมีการร่วมมือกันระหว่างภาคเอกชนและมหาวิทยาลัย ในการสร้างบุคลากรให้ตรงกับความต้องการแรงงาน และเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซึ่งในอีก 5 ปีข้างหน้า เช่น ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และ Machine เข้ามา โดยทางรัฐบาลจะช่วยเหลือทางด้านเงินลงทุน หรือภาษี ซึ่งต้องรอติดตามข้อสรุป หรือแนวทางในวันที่
อีกทั้ง ยังจะมีพิจารณามาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อดึงนักลงทุนใหม่เข้ามาลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เพื่อชดเชยการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ซึ่งที่ผ่านมานักลงทุนค่ายรถยนต์โตโยต้าได้ยืนยันจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถยนต์อีวี ซึ่งเป็นผลดีกับเศรษฐกิจไทย และยกระดับเทคโนโลยีของไทยให้มีความทันสมัยมากขึ้น
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) ประเมินสถานกาณณ์ตลาดหุ้นไทยด้วยว่า แนวโน้มการประชุมครม.เศรษฐกิจวันนี้ คาดว่าจะทำให้หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ยังมีโอกาส "Outperform" ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง จากการที่นักลงทุนต่างชาติเร่งย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศจีน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสงครามการค้าที่เริ่มสร้างความเสียหายให้หลายกลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบกับรัฐบาลเร่งรัดมาตรการจูงใจผู้ประกอบการ ควบคู่ความพยายามผลักดันโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อย่างต่อเนื่อง
โดยคาดการณ์ผลการดำเนินงานโดยรวมของกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมทั้งปี 2562 จะขายที่ดินได้ทั้งสิ้น 1,625 ไร่ หนุนกำไรของกลุ่มขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะกดดันกำลังการผลิตโดยรวม ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ประกอบการในระยะสั้น
ที่มาข้อมูล : -