ย้อนเส้นทาง 'นโยบายข้าวไทย' ทุกยุคสมัย เป้าหมายเพื่อชาวนา?

ข้าวไทยเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศและเป็นแหล่งทำกินหลักของเกษตรกรไทยมายาวนาน รัฐบาลไทยได้ดำเนินนโยบายข้าวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการผลิต ควบคุมราคา และรักษาเสถียรภาพของตลาดข้าวทั้งภายในและภายนอกประเทศ การพัฒนานโยบายข้าวไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยการปรับตัวตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และความต้องการของตลาด ปัจจุบันรัฐบาลกำลังเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร พร้อมทั้งปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อให้ข้าวไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

วิวัฒนาการของนโยบายข้าวไทย

นโยบายข้าวไทยมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นทั้งการเพิ่มผลผลิต การช่วยเหลือเกษตรกร และการขยายตลาดส่งออก นี่คือช่วงสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนโยบายข้าวไทย:


ย้อนเส้นทาง 'นโยบายข้าวไทย' ทุกยุคสมัย เป้าหมายเพื่อชาวนา?

สรุปข่าว

นโยบายข้าวไทยมีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ตั้งแต่การเปิดเสรีทางการค้า การช่วยเหลือเกษตรกร ไปจนถึงมาตรการกระตุ้นการส่งออก ปัจจุบันรัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมข้าว โดยสนับสนุนเกษตรกรให้ปลูกข้าวคุณภาพสูง พร้อมใช้เทคโนโลยีเสริมศักยภาพตลาดโลก

ยุคการค้าเสรีและการขยายพื้นที่การผลิต (พ.ศ. 2398-2475)

  • ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีการทำสัญญาเบาว์ริงกับอังกฤษ เปิดเสรีทางการค้า ทำให้ข้าวกลายเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทย
  • มีการขุดคลองเพื่อเปิดพื้นที่เกษตรใหม่ และส่งเสริมการขยายตัวของพื้นที่เพาะปลูกข้าว
  • รัฐให้สิทธิพิเศษแก่เกษตรกรที่บุกเบิกที่ดินใหม่ โดยลดหรือยกเว้นภาษีในช่วงแรก

ยุคสนับสนุนชาวนาและการเปลี่ยนแปลงทางการปกครอง (พ.ศ. 2475-2508)

  • หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐบาลมีบทบาทมากขึ้นในการช่วยเหลือชาวนา
  • มีการยกเลิกภาษีที่ดิน และตั้งกองทุนช่วยเหลือชาวนา เพื่อบรรเทาปัญหาหนี้สินและเพิ่มความมั่นคงให้เกษตรกร

ยุคควบคุมการตลาดและพยุงราคาข้าว (พ.ศ. 2499-2524)

  • รัฐบาลเริ่มใช้มาตรการควบคุมราคาข้าว และเรียกเก็บค่าพรีเมี่ยมข้าวจากผู้ส่งออก เพื่อควบคุมอุปทานและรักษาเสถียรภาพของตลาด
  • มีการกำหนดราคาขั้นต่ำเพื่อป้องกันปัญหาผลผลิตข้าวล้นตลาด

ยุครับจำนำข้าวเปลือกเพื่อชะลอการขาย (พ.ศ. 2524-2557)

  • เริ่มมีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกเพื่อช่วยเกษตรกรชะลอการขายข้าวในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว
  • ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร มีการปรับเปลี่ยนแนวทาง โดยกำหนดราคาข้าวสูงขึ้น เพื่อให้ชาวนาได้ประโยชน์มากขึ้น

ยุครับจำนำข้าวทุกเม็ด (พ.ศ. 2554-2557)

  • รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นำเสนอโครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ด โดยรับซื้อข้าวจากชาวนาในราคาสูงกว่าตลาด
  • ผลกระทบจากโครงการนี้ทำให้ราคาข้าวไทยสูงเกินกว่าราคาตลาดโลก ส่งผลให้ไทยเสียตำแหน่งผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลก

ยุคประชารัฐและการฟื้นฟูเสถียรภาพข้าวไทย (พ.ศ. 2557-ปัจจุบัน)

  • นโยบายประชารัฐเน้นการรวมพลังของรัฐ เอกชน และเกษตรกร เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการเกษตร
  • มีมาตรการส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตข้าวที่ตรงกับความต้องการของตลาด และเพิ่มช่องทางการตลาดข้าวไทยให้มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น


มาตรการช่วยเหลือชาวนาในปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) มีมติเห็นชอบให้จ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกข้าว ไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 10 ไร่ วงเงินรวม 2,867.23 ล้านบาท เพื่อช่วยให้ชาวนาสามารถปรับตัวเข้ากับแนวโน้มของตลาด

  • มาตรการเสริมที่ดำเนินควบคู่กัน ได้แก่
  • การสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชทางเลือกที่ให้มูลค่าสูงขึ้น
  • การพัฒนาสายพันธุ์ข้าวให้ตรงกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
  • การให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการเพื่อกระตุ้นการส่งออกข้าว

ข้าวไทยยังคงเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศ ในอนาคต รัฐบาลมีแผนที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวไทยให้แข็งแกร่งขึ้น โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น

  • การนำบล็อกเชนมาใช้เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาและคุณภาพข้าว
  • การพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อช่วยเกษตรกรขายข้าวได้โดยตรง
  • การส่งเสริมการแปรรูปข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าและตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยยังคงเดินหน้าเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับกลุ่มประเทศต่าง ๆ เพื่อเปิดตลาดข้าวใหม่ และลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ หากดำเนินตามแผนที่วางไว้ ข้าวไทยจะยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดโลก และช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรไทยต่อไป

ที่มาข้อมูล : TNN เรียบเรียง

ที่มารูปภาพ : Freepik

avatar

Yosakrei Rat.
(yosakrei_rat)