
การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ความหมาย กระบวนการ และตัวอย่างจากต่างประเทศ
การอภิปรายไม่ไว้วางใจ คืออะไร?
การอภิปรายไม่ไว้วางใจ (Motion of No-Confidence) หรือญัตติไม่ไว้วางใจ เป็นกระบวนการทางการเมืองที่สมาชิกสภาล่าง (โดยเฉพาะสมาชิกฝ่ายค้าน) ใช้เพื่อสอบสวนและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล หรือรัฐมนตรีรายบุคคล โดยเสนอญัตติไม่ไว้วางใจเมื่อเห็นว่าการทำงานของรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ ไม่โปร่งใส หรือไม่เป็นที่พอใจของประชาชน
การอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นหนึ่งในวิธีการสำคัญที่ฝ่ายนิติบัญญัติใช้ในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหาร นอกเหนือจากมาตรการอื่น ๆ เช่น การตั้งกระทู้ถาม การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน หรือการถอดถอนจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม การอภิปรายไม่ไว้วางใจมีความสำคัญมากกว่า เพราะมีผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของรัฐบาล และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือยุบสภาได้

สรุปข่าว
- หลักการและเหตุผลของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
หลักการสำคัญของการอภิปรายไม่ไว้วางใจคือ "ฝ่ายบริหารจะอยู่ได้โดยความไว้วางใจของฝ่ายนิติบัญญัติ" ดังนั้น หากสมาชิกสภาเห็นว่ารัฐบาลหรือรัฐมนตรีรายบุคคลไม่สมควรได้รับความไว้วางใจ ก็สามารถเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ เหตุผลที่มักใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้แก่:
- การบริหารงานที่ผิดพลาด ส่งผลกระทบต่อประเทศหรือประชาชน
- การทุจริตหรือใช้อำนาจโดยมิชอบ ซึ่งบั่นทอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาล
- การละเลยหรือเพิกเฉยต่อปัญหาสำคัญของประเทศ ทำให้เกิดความเสียหายต่อสังคมและเศรษฐกิจ
- การตัดสินใจที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของชาติ
- ตัวอย่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจในต่างประเทศ
1. สหราชอาณาจักร
ในระบบเวสต์มินสเตอร์ของสหราชอาณาจักร การอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมรัฐบาล หากรัฐบาลแพ้การลงคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจ อาจต้องลาออกหรือจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ตัวอย่างที่สำคัญคือในปี 1979 เมื่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเจมส์ คัลลาแฮน (James Callaghan) ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และต้องจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งนำไปสู่ชัยชนะของมาร์กาเร็ต แทตเชอร์
2. ประเทศญี่ปุ่น
ตามมาตรา 69 ของรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น ค.ศ. 1947 ระบุว่า "หากสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบญัตติไม่ไว้วางใจ หรือมีมติไม่เห็นชอบญัตติไว้วางใจ คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพึงลาออก เว้นแต่ว่ามีการยุบสภาภายในสิบวัน" ตัวอย่างของการอภิปรายไม่ไว้วางใจในญี่ปุ่นคือในปี 1993 ที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีคิอิจิ มิยาซาวะ (Kiichi Miyazawa) ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และต้องจัดการเลือกตั้งใหม่
- ความสำคัญของการอภิปรายไม่ไว้วางใจในระบอบประชาธิปไตย
1. การตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ
การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาความสมดุลของอำนาจ และเป็นกลไกที่ช่วยให้ฝ่ายบริหารต้องรับผิดชอบต่อฝ่ายนิติบัญญัติและประชาชน
2. เสริมสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบ
กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วยกระตุ้นให้รัฐบาลดำเนินนโยบายอย่างโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดโอกาสเกิดการใช้อำนาจโดยมิชอบ
3. การรักษาเสถียรภาพของประชาธิปไตย
ในระบอบประชาธิปไตย การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นกลไกที่ช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและควบคุมรัฐบาลผ่านตัวแทนของพวกเขาในสภา แม้ว่าจะเป็นกระบวนการที่มีผลกระทบสูง แต่ก็เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยรักษาหลักการของประชาธิปไตยให้ดำรงอยู่ได้อย่างมีเสถียรภาพ
----------------------
การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกระบวนการทางการเมืองที่ใช้ในการตรวจสอบและควบคุมอำนาจของฝ่ายบริหารโดยฝ่ายนิติบัญญัติ มีผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของรัฐบาล และเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาระบบประชาธิปไตยให้มีเสถียรภาพ ตัวอย่างจากประเทศต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจสามารถเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและมีอิทธิพลต่อทิศทางของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ
ที่มาข้อมูล : TNN เรียบเรียง https://th.wikipedia.org
ที่มารูปภาพ : Freepik / TNN

Yosakrei Rat.
(yosakrei_rat)