ฝากถึง..ทีมชาติไทยU23 "สัญญาได้ไหมน้อง ว่าจะไม่หยุดพัฒนาตัวเอง"

จะมีสักกี่ครั้งที่เวลาเห็นฟุตบอลทีมชาติไทย แพ้ แต่กลับได้รับคำชม แถมเป็นการแพ้รวดทั้ง 3 นัดด้วยแล้ว ยิ่งเป็นเรื่องยากที่จะได้ยินได้เห็นความคิดในเชิงบวกต่อนักเตะทีมชาติไทย


แต่ครั้งนี้มันเกิดขึ้นแล้ว กับทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ภายใต้การคุมทัพของ ทาคายูกิ นิชิกายะ กุนซือชาวญี่ปุ่น ที่ไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็นการคุมทีมทัวร์นาเมนต์แรกอย่างเป็นทางการของเขากับทัพช้างศึกU23


หลังเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 กุนซือวัย 51 ปีรายนี้ ให้สัมภาษณ์แรกว่าเขาเห็นในศักยภาพของเด็กไทย จากการที่ได้เจอกันในฐานะคู่แข่ง สมัยคุมทีมชาติสิงคโปร์ชุดใหญ่ โดยเฉพาะในเชิงเทคนิค และความสามารถเฉพาะตัว 


เขาให้คำมั่นว่าจะใช้ประสบการณ์โค้ชกว่า 20 ปี มาช่วยพัฒนานักเตะเยาวชนไทย และอยากทำงานร่วมกับโค้ชอิชิอิ ในด้านการสนับสนุนซึ่งกันและกัน รวมถึงพัฒนาฟุตบอลไทยไปด้วยกัน


หลังเข้ามารับตำแหน่ง นิชิกายะ ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองทันที เขาเดินสายไปชมเกมทั้งลีกสูงสุดและลีกรองของไทยในหลาย ๆ สนาม เพื่อลิสต์รายชื่อนักเตะที่เข้าตา หลังจากนั้นเขาก็โฟกัสในลิสต์รายชื่อที่ได้มาเพื่อติดตามผลงานเจาะจงนักเตะคนนั้น ๆ อย่างต่อเนื่อง 


จนสุดท้ายก็ประกาศรายชื่อออกมาเพื่อลุยทัวร์นาเมนต์แรกในรายการอุ่นเครื่อง กับศึกโดฮา คัพ 2025 ที่ประเทศกาตาร์ 

ฝากถึง..ทีมชาติไทยU23 "สัญญาได้ไหมน้อง ว่าจะไม่หยุดพัฒนาตัวเอง"

สรุปข่าว

ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ภายใต้การคุมทัพของ ทาคายูกิ นิชิกายะ แม้จะแพ้ทั้ง 3 นัดในทัวร์นาเมนต์โดฮา คัพ 2025 แต่กลับได้รับคำชมในรูปแบบการเล่นและแท็กติกที่แสดงออกในสนาม โค้ชนิชิกายะมองเห็นศักยภาพของนักเตะไทยและมุ่งมั่นพัฒนาทีม แม้จะเป็นการแพ้ แต่ทีมได้แสดงให้เห็นถึงการทำงานหนักและความสามารถที่น่าชื่นชม โดยเฉพาะในการแข่งขันกับกาตาร์และโครเอเชีย ที่แม้จะพ่ายแพ้ แต่ก็สามารถสร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลหลังจบการแข่งขัน โค้ชและนักเตะได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนบอลและคู่แข่ง แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทาย แต่ทีมชาติไทยU23 ยังคงเป็นความหวังในอนาคต และคาดหวังว่าจะพัฒนาต่อไปในอีก 3 เดือนข้างหน้าเพื่อเตรียมตัวสำหรับโอกาสในอนาคต

โปรแกรม 3 นัดที่ทีมชาติไทยต้องเผชิญ ประกอบไปด้วยการประเดิมสนามพบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ต่อด้วยเจ้าภาพอย่าง กาตาร์ และปิดท้ายกับทีมระดับโลกอย่าง โครเอเชีย


ต้องยอมรับว่าก่อนเริ่มการแข่งขัน ช้างศึกU23 เหมือนเป็นละครเย็น หรือละครรีรัน ที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไรนัก เพราะด้วยโปรแกรมที่แข่งขันไล่ ๆ กับทีมชาติไทยชุดใหญ่ ด้วยทัวร์นาเมนต์ที่ไม่ได้เป็นทางการ เป็นทีมชุดU23 ลงเล่นเกมอุ่นเครื่อง แถมไปเตะกันช่วงดึกของบ้านเรา ก็ไม่แปลกใจอะไรที่แสงสปอร์ตไลท์จะไปอยู่ที่ทีมชุดใหญ่


แต่เมื่อผ่านการแข่งขันนัดแรกกับการเจอ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แม้บทสรุปเราจะแพ้ แต่คอมเมนต์แฟนบอลส่วนใหญ่เป็นเอกฉันท์ มีแต่เสียงชื่นชมในรูปแบบการเล่นและวิธีการที่โค้ชใส่ลงไปให้ทีมชุดนี้


เชื่อว่าแฟนบอลหลายคนที่ไม่ได้ดูถ่ายทอดสดในเกมแรก ต่างก็คงแปลกใจว่าทำไมน้อง ๆ ชุดนี้ถึงได้รับคำชมอย่างล้นหลาม และรอคอยที่จะสัมผัสด้วยสายตาตัวเองสักครั้งในเกมนัดที่2


การเจอกับชาติเจ้าภาพอย่างกาตาร์ เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ชั้นดีว่าทีมชุดนี้ จะดีจริงอย่างที่ได้รับคำชมจากเกมแรกหรือไม่ สุดท้ายพวกเขาก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ช้างศึกU23 มีของ

หลายครั้งที่เราเล่นงานเจ้าภาพแบบไม่ไว้หน้า แถมใช้จังหวะเพรสซิ่งสูงกดดันจนคู่แข่งเสียท่า และได้ประตูขึ้นนำ 1-0 มันแสดงให้เห็นว่าน้อง ๆ ชุดนี้นำสิ่งที่ซ้อมกันมาลงไปใช้ในสนามจริง และได้ผลที่น่าพอใจ


หลังจากนั้นคงไม่ต้องพูดอะไรกันมาก อย่างที่เห็น ๆ กันว่ากาตาร์ ใช้โควต้าเจ้าภาพเล่นงานทีมชาติไทย ก่อนจะสามารถพลิกกลับมาแซงเอาชนะไปได้ในที่สุด แต่ผลการแข่งขันไม่ใช่ใจความสำคัญ สิ่งสำคัญคือวิธีการเล่นและรูปแบบ แท็คติกที่โค้ชใส่ลงไป แล้วนักเตะสามารถตอบสนองในสิ่งที่โค้ชต้องการได้ดี


ผ่านเกมนัดที่ 2 ทีมชาติไทยU23 ได้รับเสียงชื่นชมมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก เกมกับยูเออี ว่าทำได้ดีแล้ว เกมกับเจ้าภาพยิ่งทำได้ดีกว่าเดิม ทีนี้แสงสาดส่องมาที่ ช้างศึกU23 แบบเต็มเฟรม


เชื่อเหลือเกินว่าในเกมนัดสุดท้ายที่เจอบททดสอบระดับโลกอย่าง ทีมชาติโครเอเชีย แฟนบอลไทยทุกคนต่างเฝ้ารอที่จะดูผลงานของเด็กชุดนี้มากกว่าเดิม เปรียบเทียบว่าถ้ารายการนี้เตะในบ้านเรา จากที่นัดแรกตั๋วเหลือเพียบ มาถึงเกมนี้ตั๋วแทบจะไม่เพียงพอกับความต้องการ


นี่สินะที่หลายคนบอกว่าเรื่องแฟนบอลไม่ต้องห่วง พวกเขาคอยซัพพอร์ตเต็มที่ ขอแค่เล่นให้ดี เล่นให้ได้ใจ เดี๋ยวแฟนบอลก็จะเข้ามาดูเอง


เกมนัดที่3 กับโครเอเชีย ด้วยคุณภาพ อันดับโลกที่ต่างกับลิบลับ ทางฝั่งทีมตราหมากรุก จัดทัพแบบผสม ให้โอกาสชุดสองได้ลงมาสัมผัสเกม เพราะมองว่าต่อให้ไม่เต็มสูบ แต่คุณภาพก็น่าจะดีพอที่จะเล่นงานทีมชาติไทยได้ไม่ยาก 


ผ่าน 45 นาทีแรก ทีมชาติไทย ตอกกลับโครเอเชีย ว่าคิดผิด แม้ว่ารูปเกมจะเป็นคู่แข่งที่ครองบอลกดดันเข้าใส่เป็นส่วนใหญ่ แต่กลับไม่สามารถเจาะประตูทีมชาติไทยได้เลย ผลจบครึ่งแรกสกอร์เสมอกันอยู่ 0-0


กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง ทีมชาติไทย ที่โดนพับสนามบุกอยู่ฝั่งเดียว เล่นอย่างอดทนรอจังหวะของตัวเอง สุดท้ายมาโชว์ทีเด็ดจากจังหวะสวนกลับ ด้วยการใช้บอลยาว และสามารถเรียกจุดโทษกับทีมระดับโครเอเชีย ในแบบที่ได้ใจแฟนบอลไทย


1-0 ทีมชาติไทย ออกนำแบบช็อกโครเอเชีย สีหน้าโค้ชเริ่มเปลี่ยน กิริยานักเตะเริ่มดูเอาจริง ข้างสนามเริ่มขยับส่งตัวหลักลงมาเพื่อทวงประตูคืน เพราะหากปล่อยไว้แบบนี้ มีหวังแพ้ทีมชาติไทย กลับบ้านไปแบบไม่กล้าสู้หน้าใครเป็นแน่


ช่วง 30 นาทีสุดท้ายของเกม เราได้เห็นทีมชาติโครเอเชีย จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบ ติดเครื่องเสียงเต็มระบบ ทุกคนก้มหน้าก้มตาเอาจริงเอาจัง จังหวะให้บอลเร็ว ดุดัน และหวังผลมากขึ้น หรือพูดง่าย ๆ ว่านี่คือของจริง!


ด้วยคุณภาพฝีเท้า แรงปะทะ ความสามารถเฉพาะตัว เรายอมรับตั้งแต่ก่อนเกมแล้วว่าเป็นรองหลายขุม ซึ่งแน่นอนทาง โครเอเชีย ก็คงคิดว่าเล่นแบบซ้อม ใส่สัก 60-70 เปอร์เซ็นต์ ก็คงเก็บชัยชนะเหนือทีมชาติไทยได้ไม่ยาก


ใครจะไปคิดว่าสุดท้ายแล้วทีมชาติไทยของเราจะสามารถทำให้ทีมระดับโครเอเชีย หันมาเอาจริงชนิดที่ใส่เต็มร้อยได้ขนาดนี้ พวกเขาดีใจกับทุกประตูที่ยิงเราได้ และเล่นแบบเดินหน้าฆ่ามัน ชนิดที่ไม่ออมมือให้อีกแล้ว สุดท้ายเราต้านแรงเสียดทานไม่ไหว โดนเอาคืน 3 ประตูรวด ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย ยอมรับว่าเสียดาย แต่ไม่มีอะไรต้องเสียใจ


หลังจบเกมโค้ชโครเอเชียอย่าง อิวิก้า โอลิช เดินมาพูดคุยกับ นิชิกายะ น่าจะเป็นคำชื่นชม เพราะดูจากสีหน้าและกิริยาทั้งสองคน ต่างก็ให้ความเคารพซึ่งกันและกัน


"แพ้แต่ได้ใจ" คำนี้เกิดขึ้นอีกครั้งกับวงการกีฬาไทย เพราะมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ทุกคนในสนามใส่สุดตัวตลอด 90 นาที สู้เต็มที่ทุกจังหวะ เล่นแบบไม่มีอะไรจะเสีย จบการแข่งขัน เรามีแต่ได้กับได้


เราได้ทั้งประสบการณ์ชั้นดีกับการเจอทีมระดับโลกว่าพวกเขาแข็งแกร่งขนาดไหน หากหวังที่จะสะกดคำว่าฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็น เราต้องขยับเข้าใกล้ทีมระดับนี้ให้มากขึ้น อย่างน้อย ๆ ก็ 1 ส่วน 3 ของคุณภาพ


หลังผ่าน 3 นัด นิชิกายะ บอกว่าเราได้ประโยชน์มากมายกับทัวร์นาเมนต์นี้ และขอให้เด็ก ๆ ทุกคนอย่าหยุดพัฒนาตัวเอง วันนี้ได้รับเสียงชื่นชม วันหน้าต้องได้รับคำชมมากกว่าเดิม


วันนี้ทำได้ดีแล้ว อย่าเพิ่งเหลิงในคำเยินยอ เพราะวันข้างหน้าต้องดีกว่าเดิมมากขึ้นไปอีก หลังจากนี้มีเวลาอีกร่วม ๆ 3 เดือน ก่อนจะกลับมารวมตัวในฐานะทีมชาติ ช่วงฟีฟ่าเดย์ครั้งหน้า เดือนมิถุนายน 


เด็ก ๆ รุ่นนี้คือความหวังแห่งอนาคตอันใกล้ของทีมชาติไทย ไม่ใช่แค่ 23 คนที่ติดทีมมาในครั้งนี้ แต่รวมถึงน้อง ๆ อีกหลายต่อหลายคนที่กำลังไล่ล่าความฝันของตัวเองในวงการลูกหนัง


เชื่อเถอะว่าในยุคสมัยนี้ ความพยายามของน้อง ๆ จะต้องมีคนเห็นเข้าสักวัน วันนี้อาจจะยังไม่ใช่วันของเรา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความฝันจะจบลง วันข้างหน้าอาจจะเป็นวันของเรา วันที่ถูกเรียกตัวติดทีมชาติไทย ขอแค่มีความพยายามต่อไป และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง


ฝากถึงน้อง ๆ นักเตะทีมชาติไทย ทั้งU23 และเยาวชนของชาติทุกคน สัญญากับแฟนบอลไทยได้ไหม ว่าจะไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ว่าจะไม่ละทิ้งวินัยในการฝึกซ้อม วินัยในการใช้ชีวิต เพราะการจะก้าวไปเป็นนักกีฬาที่ดีมันต้องมีความมุ่งมั่น ทุ่มเททั้งในและนอกสนาม 


มันอาจจะมีวันที่เรารู้สึกเหนื่อย รู้สึกท้อได้ แต่อย่าเพิ่งหันหลังให้ความฝันตัวเอง 


ขอให้ทุกคนอดเปรี้ยวไว้กินหวาน..และเมื่อความสำเร็จมาถึงเมื่อไร น้อง ๆ จะรับรู้และสัมผัสได้ด้วยตัวเองว่าสิ่งที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจลงไปอย่างเต็มที่ มันมีรางวัลตอบแทนที่หอมหวานรออยู่เสมอ ขอเป็นกำลังใจให้และพร้อมซัพพอร์ตเด็กไทยทุกคน

"บิ๊ก กิโล10"

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : FA THAILAND

avatar

ณัฐชนน โชติช่วง