ไม่จบ ไม่เลิก! นายกฯ ลงพื้นที่ชายแดน ลุยแก้ปัญหาปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2568) ที่อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือประเด็นการปราบปรามคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ โดยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

แก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ

นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดการประชุมว่า วันนี้ตั้งใจมางานติดตามการดำเนินงาน หลังจากเมื่อเดือนที่ผ่านมา รองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม ได้ลงพื้นที่มาตรวจปัญหาดังกล่าว ทุกคนทราบกันอยู่แล้วว่าปัญหาของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ขอบคุณทุกฝ่าย ทั้งความมั่นคง ตำรวจ ที่ช่วยกันดูแลในปัญหาที่เกิดขึ้นมา รวมทั้งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดี วันนี้จะไปดูว่าจากข้อสั่งการครั้งที่แล้ว ได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง และจะติดตามผลว่ามีสิ่งใดสามารถเพิ่มเติมได้อีก หากทางเอกชนต้องการอะไรเพิ่มเติมจากรัฐบาลในเรื่องการสื่อสารไปถึงประชาชน วันนี้จะได้มีการพูดคุยเพิ่มเติมด้วย

ไม่จบ ไม่เลิก! นายกฯ ลงพื้นที่ชายแดน ลุยแก้ปัญหาปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์

สรุปข่าว

นายกฯ ลงพื้นที่ชายแดนปอยเปต ลุยแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ย้ำ ‘ไม่จบ ไม่เลิก’ ใช้ยาแรงมาตรการระเบิดสะพานโจร เร่งคืนความปลอดภัยให้ประชาชน คืนความมั่นคงให้ประเทศ

จากนั้น นายกรัฐมนตรี รับฟังรายงานสถานการณ์ภาพรวมการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์จากผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ที่ผ่านมาได้ดำเนินการระงับเสารับส่งสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่ตามแนวชายแดน โดยมีระยะทางเริ่มตั้งแต่บริเวณอำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ ไปสิ้นสุดที่อำเภอคลองหาด รวม 4 อำเภอ มีเสารับส่งสัญญาณ จำนวน 118 เสา อนุญาต จำนวน 70  เสา ยังไม่ได้อนุญาต 48 เสา รวมทั้งการระงับบัญชีม้าและการจัดการที่พักผิดกฎหมาย ที่พักจอดรถ รับฝากรถ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงสำหรับการลักลอบพาคนข้ามแดนในพื้นที่ชายแดนสระแก้ว  

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (1 มีนาคม 2568) สถานกงสุลใหญ่ ณ จังหวัดเสียมราฐ ได้อำนวยความสะดวกในการส่งตัวคนไทย 119 คน ที่อาศัยอยู่ในกรุงปอยเปต กลับประเทศไทย โดยจะนำส่งไปยังศูนย์คัดกรองตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) จังหวัดสระแก้ว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ส่วนมาตรการซีลพื้นที่ชายแดนภายใต้เขตรับผิดชอบของ ทภ. 1 ตามนโยบาย Seal Stop Safe นั้น มีสถิติการจับกุมลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ย้อนหลัง 3 ปี (ปี 66 - ปัจจุบัน) พบว่ามีสถิติการจับกุมลดลง 40 เปอร์เซ็นต์ โดยในเดือน ก.พ. 68 ได้จับกุมผู้กระทำความผิด และมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวน 13 ครั้ง ผู้ต้องหาชาวไทย 25 คน ชาวจีน 3 คน และชาวอินโดนีเซีย 1 คน 

ปัญหาการถูกหลอกลวงลดลง 30 เปอร์เซ็นต์ 

ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าจากนโยบายของรัฐบาลที่ให้ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและงดจ่ายน้ำมันนั้น พบว่าปัญหาการถูกหลอกลวงลดลง 30 เปอร์เซ็นต์  

นอกจากนี้ กสทช. ได้ระงับบริการโทรคมนาคมบริเวณชายแดน “ยุทธการล้มเสา ตัดสาย ทำลายซิม” ในพื้นที่ 4 อำเภอเสี่ยง พร้อม 6 แนวทางการปฏิบัติ ได้แก่ 

1) จุดตรวจตรวจค้นบุคคล - ยานพาหนะ 

2) ตัดเส้นทางการข้ามแดนแบบผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น 

3) ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ผิดกฎหมาย 

4) ตัดสัญญาณโทรศัพท์ที่รั่วไหลไปยังประเทศเพื่อนบ้าน 

5) ตรวจสอบโรงแรม 6) ตรวจสอบบ้านเป้าหมาย

นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในที่ประชุม 

1. ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สำนักงาน กสทช. ติดตามเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ต สัญญาณสื่อสาร รวมทั้งซิมโทรศัพท์ อย่าให้ถูกมิจฉาชีพนำไปใช้หลอกลวงประชาชน และตรวจสอบสัญญาณที่ตัดไปแล้ว อย่าให้มีการติดตั้งขึ้นมาใหม่อย่างเด็ดขาด 

2. ให้หน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง กวดขันเรื่องการเข้าออกบริเวณแนวชายแดน เฝ้าระวังการลักลอบนำคนหรืออุปกรณ์ใด ๆ เข้าออกตามแนวชายแดน โดยเฉพาะตามช่องทางธรรมชาติ และต้องมีการทำงานด้านการข่าวกับคนในพื้นที่และประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่องในส่วนของการจับกุมหรือการเดินทางเข้ามาของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการการปราบปรามของรัฐบาล 

3. ให้ทหาร ตำรวจ ศุลกากร ฝ่ายปกครอง ตรวจสอบคัดกรองด้วยความรอบคอบว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิด ผู้ใดเป็นเหยื่อ และต้องมีบันทึกการจับกุมอย่างชัดเจน

4. ให้กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่รับผิดชอบประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านในกรณีที่มีการส่งกลับ ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ที่ถูกส่งกลับแล้วจะต้องส่งตัวต่อไปยังประเทศที่สาม ขอให้มีความชัดเจนในการส่งตัวกลับไปยังประเทศปลายทางในทันที พร้อมทำบันทึกเป็นหลักฐานเพื่อป้องกันการกลับเข้ามากระทำผิดซ้ำในประเทศไทยด้วย

5. ให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง กองกำลังป้องกันชายแดน และหน่วยงานด้านความมั่นคง เพิ่มมาตรการคัดกรองและตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้าออกประเทศอย่างเข้มงวด การควบคุมเส้นทางการลักลอบเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติที่ผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการอาชญากรรม เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบด่านชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา เมียนมา ลาว และมาเลเซีย

6. ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ช่วยดูการเข้มงวดในมาตรการแก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์ด้านต่าง ๆ อย่าให้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ใช่แค่จังหวัดสระแก้วเท่านั้น แต่เป็นทุกพื้นที่ที่เข้าไปดูแล พออันตรายลดลง ก็ไม่อยากให้ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเดือดร้อนหรือได้รับความลำบากเพิ่มเติม  

“ฝากทุกหน่วยงานช่วยกันดูเรื่องความสะดวกของประชาชนด้วย นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว เรื่องของความสะดวกสบายของชีวิต ก็ไม่อยากให้เสียไป หากจะต้องใช้เทคโนโลยีอะไรเพิ่มเติม ขอให้ทุกฝ่ายดำเนินการศึกษาเพิ่มเติมว่าประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศอื่น มีเทคโนโลยีอะไรที่ควรใช้ และเราสามารถนำมาปรับใช้ได้เลยในประเทศ ก็จะดีมาก ๆ" นายกรัฐมนตรีกล่าว

จากนั้น นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมศูนย์คัดกรองตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ จังหวัดสระเเก้ว (National Referral Mechanism - NRM) ใช้เป็นศูนย์คัดแยกเหยื่อขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นกลไกที่ถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยขั้นตอนของ NRM มี 4 ขั้นตอนคือ รับแจ้งเหตุ คัดกรอง คัดแยก คุ้มครอง โดยขั้นตอนการคัดแยก คัดกรอง จะมีสหวิชาชีพ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และพนักงานสอบสวน ร่วมในกระบวนการ 

ซึ่งจะต้องรอให้กระบวนการคัดแยกคัดกรองเสร็จสิ้นก่อน จึงจะเข้าสู่กระบวนการคุ้มครอง ช้าสุดไม่เกิน 15 วันหรือเร็วกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเหยื่อในการคัดกรอง คัดแยก และเมื่อเจ้าหน้าที่ประเมินแล้วว่าเป็นผู้เสียหายก็จะเข้าสู่ความคุ้มครอง จากนั้นก็จะส่งให้กับญาติเพื่อให้กลับประเทศ

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

avatar

Siriporn Boo
(siriporn_boo)