เล็งขยาย 11 เส้นทางเอาใจขาซิ่งเหยียบ120กม./ ชม.
กรมทางหลวง-ทางหลวงชนบท ชง“ศักดิ์สยาม” เปิดเพิ่ม 11 เส้นทาง เดินหน้านโยบาย 120 กม.ต่อชม.ทั่วไทยอีก 200 กว่ากม. เริ่มเหยียบซิ่งได้ตั้งแต่สิ้นมี.ค-ปี66
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมแจ้งว่า กรณีประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบทที่กำหนด พ.ศ. 2564 ให้สามารถใช้ความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 120 กม. ต่อชม.ในทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบท ที่มีทางเดินรถแบบจัดแบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่ 2 ช่องเดินรถ มีเกาะกลางถนนเฉพาะแบบกำแพงกั้น(Barrier Median) และไม่มีจุดกลับรถเสมอระดับถนนเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา
ซึ่งในเบื้องต้นทาง กรมทางหลวงได้เสนอเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) ช่วงบริเวณหมวดทางหลวงบางปะอิน-ทางต่างระดับอ่างทอง กม. ที่ 4+100-50+000 ระยะทาง 50 กม. ที่มีความพร้อมก่อนเปิดให้วิ่งทำความเร็วไม่เกิน 120กม/ชม.ภายในสิ้นเดือน มี.ค.นี้นั้น และเพื่อให้เกิดความสะดวกในการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวให้ครอบคลุมเส้นทางเพิ่มขึ้น
ล่าสุดทางกรมทางหลวง(ทล.) และกรมทางหลวงชนบท(ทช.)ได้มีการสรุปเส้นทางเพิ่มเติมที่จะให้รถยนต์วิ่งทำความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. เพิ่มเติมต่อนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมพิจารณา โดยทางหลวงได้เสนอเส้นทางเพิ่มอีก 6 เส้นทาง ระยะทางรวม 150 กม. ประกอบด้วย 1. ทางหลวงหมายเลข 35 ตอนนาโคก-แพรกหนามแดง กม.56+000-65+000 ระยะทาง 9กิโลเมตรแบพ กม. 68+000-80+500 ระยะทาง 12.5 กิโลเมตรซึ่งเส้นทางดังกล่าวจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในสิ้น64 นี้
2. ทางหลวงหมายเลข 32 ช่วงอ่างทอง-ชัยนาท กม.50+000-1113+000 ระยะทาง 63 กม. ซึ่งจะเริ่มได้ต้นปี 65 และ 3.ทางหลวงหมายเลข 2 บ่อทอง-มอจะบก เริ่มต้นที่กม. 79+178-86+428 ระยะทาง 7.25 กม.สามารถเริ่มได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี65
4 ทางหลวงหมายเลข 32 ช่วงชัยนาท-นครสวรรค์ เริ่มต้นที่กม.่ 113+000-150+000 ระยะทางรวม 37 กม. สามารถดำเนินการเริ่มให้ใช้งานได้ในปลายปี 65 และ 5 ทางหลวงหมายเลข 3147 ช่วงเทคโนโลยีปทุมธานี-ต่างระดับเชียงรากน้อย เริ่มต้น 0+000-10+350 ระยะทางรวม10.35 กม. สามารถดำเนินการได้ในต้นปี 66 และ เส้นทางที่ 6 ทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาวัง-สระพระ เริ่มต้นที่ 172+000-183+500 ระยะทาง 11.5 กม. เริ่มได้ในปลายปี 66
ส่วนกรมทางหลวงชนบท(ทช.) จะมีการนำเสนอ 5 เส้นทาง ประกอบด้วย 1. ถนนนครอินทร์ (นบ 1020) ระยะทาง 12.40 กม. เริ่มตั้งแต่กิโลเมตรท่1-7, 2. ถนนราชพฤกษ์ (นบ 3021 )ระยะทาง 51.70 กม. เริ่มตั้งแต่ กม. ที่ 17 - 42 และ 3. ถนนวงแหวนเชียงใหม่ทางเลี่ยงเมืองเชียงใหม่ (ชม 3029) (ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี) ระยะทาง26.11 กม. เส้นนี้วิ่งทั้งสาย
4. ทางหลวงชนบทถนนข้าวหลาม จังหวัด ชลบุรี (ชบ1073) ระยะทาง 4.98 กิโลเมตรซึ่งเส้นทางนี้เปิดวิ่งตลอดสายและ 5. ทางหลวงชนบท (รย.1035) จังหวัดระยองระยะทาง 7.47 กม. เปิดวิ่งทั้งสายทาง อย่างไรก็ตามถนนทางหลวงชนบททั้ง 5 เส้นทางจะมีการปรับปรุงติดตั้งแบริเออร์ยางกั้นเลนระหว่างถนน รวมถึงติดตั้งป้ายบอกความเร็วและความปลอดภัย โดยถนนทั้ง 5 เส้นทางจะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการให้วิ่ง 120 กม. ต่อชั่วโมงได้ในปี 66
ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) กล่าวว่า จากนโยบายดังกล่าวทล. จะเร่งทำป้ายบอกความเร็ว ป้ายอัจฉริยะอัตโนมัติ รวมถึงการทำเครื่องหมายบนผิวทางถนนหลวง เพื่อให้ทราบว่าเลนดังกล่าวเข้า และออก วิ่งทำความเร็วได้ไม่เกิน 120 กม./ชม.ได้ นอกจากนั้น ทล.จะเร่งสำรวจจุดเพื่อสร้างสะพานลอยคนข้าม และมอเตอร์ไซค์ข้าม ในเส้นทางดังกล่าวเพื่อให้เกิดความปลอดภัย โดยใช้งบประมาณจากจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน(กปถ.)
รายงานข่าวแจ้งว่า เส้นทางแรกที่จะนำร่องกำหนดอัตราความเร็วของรถยนต์เป็นไม่เกิน 120 กม.ต่อชม. คือ ทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา – จังหวัดอ่างทอง ระยะทาง 50 กม. ระยะที่ 2 จังหวัดอ่างทอง – จังหวัดชัยนาท ระยะทาง 100 กม.