เปิดภารกิจ "หลิว จงอี" ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียนมา

หลิง จงอี ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน ปรากฎบทบาทบนหน้าสื่อไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ นับแต่เขาเดินทางลงพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2568 

นั่นเพราะ นับแต่เขาเคลื่อนไหว และเขาหารือกับรัฐบาลไทย มาตรการกวาดล้างและปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในฝั่งเมียวดี ประเทศเมียนมา ติดชายแดนไทยก็มีความคืบหน้ารวดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ 

ตอนนั้น หลิว จงอี ชู 4 ประเด็นสำคัญต่อรัฐบาลไทย คือ

1. ขอทางการไทยตัดไฟฟ้า ตัดน้ำประปา และสัญญาณอินเทอร์เน็ต ที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมานำไปใช้

2. ขอให้ทางการไทย เจรจากับฝ่ายกะเหรี่ยง เพื่อปล่อยตัวชายจีนที่ถูกหลอกไปทำงานกลับไทย

3. ตั้งศูนย์ประสานงาน ไทย-จีน ที่แม่สอด

4. จับกุมชาวจีนฐานเป็นคอลเซ็นเตอร์บริเวณชายแดนเมียนมา ซึ่งคาดว่ามากถึง 50,000 คน

เปิดภารกิจ "หลิว จงอี" ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์เมียนมา

สรุปข่าว

หลิว จงอี กลับจีนได้ไม่นาน ข้อเสนอแรก ก็เดินหน้าอย่างรวดเร็ว ส่วนข้อ 2-4 ก็ดูมีความคืบหน้าเพิ่มขึ้นทุกวัน

การเดินทางมาไทย ลงพื้นที่แม่สอดครั้งที่ 2 ของหลิว จงอี เมื่อ 16 ก.พ. จึงถูกมองว่า เป็นการเก็บงานจากที่เสนอรัฐบาลไทยไป โดยเขาเดินทางถึงไทย ก็ตรงไปแม่สอดทันที เพื่อตรวจดูสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ซึ่งเป็นจุดรับตัวชายต่างชาติ 

ต่อมาอีกวัน หลิว จงอี ก็ข้ามไปฝั่งเมียนมา และเข้าหารือกับรัฐมนตรีมหาดไทยของเมียนมาทันที เพื่อติดตามมาตรการปราบจีนเทา และก็ทราบเลขทันทีว่าตอนนี้ รวบรวมตัวจีนเทาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ 700 คนแล้ว จาก 3,900 คนที่หมายหัวไว้

และรอบนี้ จีนเล่นใหญ่ จะส่งเครื่องบินตรงมาแม่สอด รับคนจีนกลับไปต่อเนื่อง 5 วัน ตั้งแต่ 28 ก.พ. ถึง 4 มี.ค. 

ฝั่งเมียวดีเอง ก็มีความเคลื่อนไหว เพราะ BGF รวบรวมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ และส่วนใหญ่ก็ดูรู้ว่าเป็นชาวจีน

ปลายเดือนนี้ จึงเป็นที่จับตาว่า จะเกิดการไหลทะลักออกของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเหยื่อค้ามนุษย์ในเมียวดี นับหมื่นคน และไทยคือทางผ่าน

ที่มาข้อมูล : TNN Online

ที่มารูปภาพ : China State Media