

สรุปข่าว
เริ่มเกมมาในนาทีที่ 3 ลิเวอร์พูล ได้โอกาสจากการที่ ฟาบินโญ่ วางบอลยาวขึ้นไปถึง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เอาบอลลงแล้วซัดด้วยซ้าย แต่เฉียงออกหลังไป
นาทีที่ 10 ไบรท์ตัน ได้ลุ้นจากจังหวะที่ นีล โมปาย ไหลบอลผ่านให้ อารอน คอนนอลลี่ หลุดเดี่ยวเข้าไป แล้วยิงโค้งออกนอกกรอบไปอย่างน่าเสียดาย
ต่อมานาทีที่ 20 เจ้าถิ่นมาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ เนโก วิลเลี่ยมส์ ไปทำฟาวล์ใส่ อารอน คอนนอลลี่ ล้มลงในกรอบ แล้วเป็น นีล โมปาย รับหน้าที่เป็นคนสังหาร แต่ยิงออกนอกกรอบไปดื้อๆ ทำให้ ไบรท์ตัน ชวดได้ประตูขึ้นนำ
นาทีที่ 33 ไบรท์ตัน ทำเกมรุกขึ้นมา โดย อารอน คอนนอลลี่ ส่งบอลให้กับ เลอันโดร ทรอสซาร์ด ก่อนดึงหลอกแล้วลองซัดนอกกรอบ บอลพุ่งแรง แต่หลุดเสาไกลออกไป
จากนั้นในนาทีที่ 34 เป็นจังหวะสวนกลับเร็วของทีมเยือน โดย อลีสซง เบ็คเกอร์ ออกบอลขึ้นไปข้างหน้าถึง โรเบอร์โต้ ฟิร์มิโน่ ก่อนที่จะวางให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้กระชากแล้วกระดกข้าม แม็ทธิว ไรอัน ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่น ส่งบอลเข้าประตูไป แต่เมื่อผู้ตัดสินดู วีเออาร์ แล้วชี้ชัดว่าเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน ลิเวอร์พูล โดนริบสกอร์คืน "นกนางนวล" ยังเสมอ "หงส์แดง" อยู่ 0-0
นาทีที่ 42 เจ้าบ้านสกัดบอลออกมาเข้าทาง ทาคูมิ มินามิโนะ ได้ลองส่องไกล แต่น้ำหนักเบาเกินไป และไปตรงตัวของ แม็ทธิว ไรอัน นายด่าน ไบรท์ตัน รับเอาไว้ได้แบบสบายๆ
จากนั้นไม่มีทีมใดมีจังหวะจะแจ้ง หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก ไบรท์ตัน ยังเสมอกับ ลิเวอร์พูล 0-0
กลับมาสู่ครึ่งหลังในนาทีที่ 54 ทีมเจ้าบ้านทำเกมรุกขึ้นมา โดย แดนนี่ เวลเบ็ค กระชากลากเลื้อยไปคนเดียวเกือบสุดเส้นหลัง แล้วล็อกหลบ ก่อนแต่งบอลเข้าเท้าซ้าย จนได้ซัดจบ แต่น้ำหนักเบาเกินไป ไปเข้าซองของ อลีสซง เบ็คเกอร์
นาทีที่ 60 เป็นจังหวะที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ฉกบอลมาเล่นได้ แล้วจ่ายให้กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เบิ้ลเร็วต่อให้ ดีโอโก้ โชต้า ได้ลากหลอกผู้เล่นเจ้าบ้าน ก่อนที่จะยิงหักข้อส่งบอลเสียบมุมเสาล่างเข้าประตูไป พา ลิเวอร์พูล บุกนำ ไบรท์ตัน 1-0
จากนั้นในนาทีที่ 74 เป็นจังหวะลูกฟรีคิกของ ไบรท์ตัน ยิงโดย ซอลลี่ มาร์ช แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่รับเอาไว้แบบไร้ปัญหา
นาทีที่ 83 ทีมเยือนได้ลูกตั้งเตะ แล้วเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่เปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ ซาดิโอ มาเน่ ได้ขึ้นโขกเต็มๆ ส่งบอลตุงตาข่าย แต่เมื่อผู้ตัดสินดู วีเออาร์ แล้วชี้ว่า เป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อน ลิเวอร์พูล อดได้ประตูที่สอง
ต่อมานาทีที่ 90+3 เจ้าบ้านมาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ไปทำฟาวล์เตะใส่ปลายเท้าของ แดนนี่ เวลเบ็ค ก่อนที่ ปาสกาล กรอสส์ รับหน้าที่สังหาร ไม่พลาด ช่วยให้ ไบรท์ตัน ตามตีเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1
หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูได้ หมดเวลาการแข่งขัน ไบรท์ตัน เปิดบ้านเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้ม ทำให้ "นกนางนวล" คงอยู่อันดับ 16 ของตารางตามเดิม มี 10 คะแนน ด้าน "หงส์แดง" ขยับขึ้นจ่าฝูง เก็บได้ 21 แต้ม
11 คนแรกที่ลงสนามเป็นตัวจริง
ไบรท์ตัน ระบบ (3-4-1-2) : แม็ทธิว ไรอัน ; เบน ไวท์, ลูอิส ดังค์, อดัม เว็บส์เตอร์ ; โจเอล เวลท์แมน, อีฟส์ บิสซูม่า, ปาสกาล กรอสส์, ซอลลี่ มาร์ช ; อารอน คอนนอลลี่ (อดัม ลัลลาน่า น.63, อลิเรซ่า ยาฮันบัคช์ น.71) ; แดนนี่ เวลเบ็ค, นีล โมปาย (เลอันโดร ทรอสซาร์ด น.26)
ลิเวอร์พูล ระบบ (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ ; เนโก วิลเลี่ยมส์, นาธาเนียล ฟิลลิปส์ (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.46), ฟาบินโญ่, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ; เจมส์ มิลเนอร์ (เคอร์ติส โจนส์ น.74), จอร์จินโย่ ไวนัลจ์ดุม, ทาคูมิ มินามิโนะ ; โรเบอร์โต้ ฟิร์มิโน่, ดีโอโก้ โชต้า, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ซาดิโอ มาเน่ น.64)
ที่มาข้อมูล : -