
พลตรี ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ลงพื้นที่จ.สระแก้ว และได้มีการรับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ในพื้นที่ อำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งมีช่องทางธรรมชาติยาว 165 กิโลเมตร และมีการบูรณาการวางลวดหนามประมาณ 55 กิโลเมตร ที่เหลือยังเป็นช่องทางธรรมชาติ ติดกับเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นจุดล่อแหลมในการหลบหนีเข้าเมือง หน่วยงานความมั่นคงไม่สามารถตรวจการณ์ได้ตลอดเวลา จึงเสนอสร้างกำแพง 55 กิโลเมตร ซึ่งหลายประเทศทำอยู่ เช่น กำแพงทรัมป์ชายแดนติดจะส่งผลให้การตรวจสอบง่ายขึ้น พร้อมติดกล้องวงจรปิด และเครื่องปั่นไฟที่จะส่งสัญญาณแจ้งเตือน จะทำให้เห็นภาพมีใครข้ามไปมา เจ้าหน้าที่ก็จะสะดวกในการปฏิบัติงาน

สรุปข่าว
อย่างไรก็ตามยืนยันว่าเป็นเพียงแผนงานของรัฐบาลที่จะนำมาพิจารณา เพื่อหาแนวทางร่วมกันอีกครั้งเรื่องการสร้างกำแพง เพราะใช้งบประมาณกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการสร้างกำแพง ดังนั้นยังเร็วเกินไป และยังต้องศึกษารูปแบบแนวทาง ภายใต้พื้นที่ที่ชัดเจน ที่ต้องไม่ติดพื้นที่ที่ทับซ้อนกัน รวมถึงการวิเคราะห์ผลกระทบของคนทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอเรื่องโดรนช่วยในการปฏิบัติงาน กองทัพอากาศ โดย กองบิน 3 จัดอากาศยานไร้คนขับตรวจการณ์แบบที่ 1 (Aerostar-BP) จากฝูงบิน 301 ขึ้นปฏิบัติการเฝ้าตรวจและลาดตระเวนทางอากาศสนับสนุน กองทัพบก ในการปฏิบัติภารกิจตามแผนป้องกันชายแดนในพื้นที่ อำเภออรัญประเทศ และอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ทั้งนี้ นับเป็นการบูรณาการร่วมโดยใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ รวมถึงสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย
ที่มาข้อมูล : กระทรวงกลาโหม
ที่มารูปภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดสระแก้ว