‘สมคิด’ ชี้ไทยคือศูนย์กลางอาเซียน พร้อมรับทุกการลงทุนต่างชาติ

11:09 1 พฤศจิกายน 2561 848
รองนายกรัฐมนตรี ชี้ว่าประเทศไทยคือศูนย์กลางของอาเซียนที่สามารถดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ยังมียุทธศาสตร์อื่นๆ ทั้งอเมริกา เฟิร์ส และข้อตกลงเขตการค้าเสรี CPTPP และ RCEP ที่จะกระตุ้นให้เศรษฐกิจอาเซียนคึกคักมากขึ้น

 

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศความเชื่อมั่น ในเวทีประชุม Forbes CEO World Reboots ในวันพุธที่ 31 ตุลาคมนี้ว่า ประเทศไทย คือศูนย์กลางของกลุ่มอาเซียน และ CLMV ซึ่งจะดึงการลงทุนมหาศาลเข้ามาในประเทศในอนาคตอย่างแน่นอน และเชื่อมั่นว่า นักลงทุนต่างชาติจะไม่สนใจไทยไม่ได้อีกแล้ว อีกทั้ง CLMV ยังเป็นกลุ่มประเทศ ที่เป็น Supply Chain ของโลก ที่มีราคาค่าแรงต่ำกว่าที่อื่นๆ มีแรงงานฝีมือ และมีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ ครบครัน เหมาะแก่การลงทุนทุกรูปแบบ และไทยเหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทข้ามชาติที่ต้องการเข้ามาลงทุนในภูมิภาค ไม่เฉพาะแค่ในไทย

 

โดยยุทธศาสตร์ อเมริกา เฟิร์ต ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมพ์ ได้ผลักดันให้ นักลงทุน จีนและญี่ปุ่น ที่ได้รับผลกระทบจากการค้าการลงทุนกับสหรัฐ โยกฐานเข้ามาในอาเซียนและไทย เห็นได้จากตัวเลขการยื่นจดลงทะเบียนกับ BOI มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจากจีน ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้

 

นอกจากนั้น อาเซียนและไทย ยังเป็นศูนย์กลางของข้อตกลง เขตการค้าเสรี ทั้ง RCEP และ CPTPP โดยไทยจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกอย่างแน่นอนในปีหน้า ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีสมคิดกล่าวยืนยัน เพราะช่วยดึงดูด นักลงทุนที่แสวงหาสิทธิพิเศษทางการค้าการลงทุน เข้ามาในภูมิภาค

 

นอกจากนั้น ไทยยังเป็นศูนย์กลางของข้อตกลง ACMECS ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศลุ่มแม่น้ำอิระวะดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Aeyawadee-Chaopraya-Mekong Economic Coorperation) เป็นข้อตกลงความร่วมมือด้านธุรกิจระหว่างประเทศไทย,พม่า,ลาว,กัมพูชา และเวียดนาม โดยมีการบรรลุแผนการหลัก หรือ master plan ออกมาแล้วในการประชุมครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ จีนและญี่ปุ่น จับมือกันอย่างสร้างสรรค์ คือ ไม่แข่งขันแย่งชิงกันลงทุน แต่ละเลือกลงทุนในเรื่องที่แต่ละประเทศถนัด ในกลุ่มประเทศ ACMECS เป็นการจับมือเพื่อยุติการแข่งขันที่ไม่สร้างสรรค์

 

ทั้งหมดนี้ คืออนาคตทางเศรษฐกิจและการลงทุน ของไทยและภูมิภาคอาเซียน สำหรับ อนาคตอันใกล้ ซึ่งตัวเลขทางสถิติทางการค้าและการลงทุน ทั่วโลก ต่างระบุเป้นเสียงเดียวกันว่า ความเติบโตทางเศรษฐกิจได้ย้ายข้างมายังอาเซียน อย่างแน่นอน