หุ้นไทยปิดบวกเล็กน้อย ปัจจัยลบตปท.กดดัน

18:41 9 ตุลาคม 2561 1,201
ภาวะตลาดหุ้นไทยปิดบวก 0.70 จุด รีบาวด์แต่ยืนเหนือ 1,700 จุดไม่อยู่ Bond Yield สหรัฐพุ่ง-สงครามการค้ายังกดดัน

วันนี้(9ต.ค.61)ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,696.92 จุด เพิ่มขึ้น 0.70 จุด (+0.04%) มูลค่าการซื้อขาย 52,507.45 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นวันนี้ตลาดรีบาวด์ ช่วงเช้าบวกแรงแต่บ่ายย่อตัวลง เหตุปัจจัยลบเดิมจากต่างประเทศที่ยังกดดันอยู่ ทั่ง Bond Yield สหรัฐทำนิวไฮ ความเสี่ยงจากอิตาลีทำงบขาดดุล ขณะที่จีนได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและ IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจจีนแต่ไม่มาก คาดแนวโน้มพรุ่งนี้ตลาดแกว่งออกข้างคาดสัปดาห์นี้อาจแตะจุดต่ำสุดรอบนี้ ให้แนวรับ 1,690 จุด แนวต้าน 1,700 จุด

 

ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,696.92 จุด เพิ่มขึ้น 0.70 จุด (+0.04%)) มูลค่าการซื้อขาย 52,507.45 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ โดยดัชนีฯแตะจุดสูงสุดที่ 1,708.72 จุด และแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,690.92 จุด 

 

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 494 หลักทรัพย์ ลดลง 773 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 573 หลักทรัพย์

 

น.ส.จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้เทคนิเคิลรีบาวด์ ดัชนีแกว่งตัวสลับในแดนบวกและแดนลบ โดยช่วงเช้าบวกขึ้นไปถึง 12 จุด แต่ในช่วงบ่ายย่อตัวลงมาในแดนลบ แต่ปิดบวกได้เล็กน้อย ปัจจัยลบเดิมยังมาจากต่างประเทศ ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังคงเดิม

 

ทั้งนี้ ปัจจัยยังมีอิทธิพลต่อภาพรวมตลาดในวันนี้ ได้แก่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้นและทำนิวไฮ และความกังวลธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็ว , ความเสี่ยงจากอิตาลีที่จัดงบประมาณขาดดุล และความสามารถชำระหนี้ อีกทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอิตาลีก็ทำจุดสุงสุด

 

ขณะเดียวกันปัจจัยลบจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ โดยจีนได้รับผลกระทบซึ่งเห็นตัวเลขเศรษฐกิจจีนชะลอตัว และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับคาดการณ์จีดีพีของจีนลดลง 0.2% แต่ก็ถือว่ายังไม่มากนัก ขณะที่ธนาคารกลางจีนประกาศปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 1% รัฐบาลจีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

 

แนวโน้มวันพรุ่งนี้น่าจะแกว่งตัวออกข้าง และคาดว่าสัปดาห์นี้น่าจะปรับฐาน และตลาดน่าจะหาจุดต่ำสุด (Bottom) ในรอบนี้ได้ ให้แนวรับ 1,690 จุด แนวต้าน 1,700 จุด          

 

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

 

PTT    มูลค่าการซื้อขาย 3,161.50 ล้านบาท ปิดที่  52.25 บาท  เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

 

PTTGC  มูลค่าการซื้อขาย 1,865.67 ล้านบาท ปิดที่  77.75 บาท  ลดลง  0.50 บาท         

 

PTTEP  มูลค่าการซื้อขาย 1,566.59 ล้านบาท ปิดที่ 148.00 บาท  เพิ่มขึ้น 3.00 บาท       

 

GULF   มูลค่าการซื้อขาย 1,507.71 ล้านบาท ปิดที่  74.00 บาท  เพิ่มขึ้น 3.00 บาท

 

CPALL  มูลค่าการซื้อขาย 1,427.56 ล้านบาท ปิดที่  68.75 บาท  เพิ่มขึ้น 0.25 บาท