วันนี้ในอดีต "หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ"มรณภาพ

07:57 10 ตุลาคม 2561 508
วันนี้ในอดีต 10 ตุลาคม พ.ศ.2550 “หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ” มรณภาพ ด้วยอาการติดเชื้อในกระเเสเลือด โดยสิริอายุรวม 96 ปี 5 เดือน

 

วันนี้ในอดีต 10 ตุลาคม พ.ศ.2550 เป็นวันที่ “หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ” หรือพระพรหมมังคลาจารย์ มรณภาพ ด้วยอาการติดเชื้อในกระเเสเลือดที่โรงพยาบาลศิริราช โดยสิริอายุรวม 96 ปี 5 เดือน

 

“พระพรหมมังคลาจารย์” หรือที่ชาวพุทธรู้จักกันในนาม “หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ” มีนามเดิมว่า “ปั่น เสน่ห์เจริญ” โดย “หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ” ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดนางลาด ตำบลเขาเจียก อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เมื่อปี พ.ศ.2474 และได้รับนามฉายาว่า “ปทุมุตฺตโร” แปลว่า “ดอกบัวประเสริฐ หรือผู้ประเสริฐดุจดอกบัว”

 

ในปี พ.ศ.2475 “พระพรหมมังคลาจารย์” เริ่มเทศน์ครั้งแรกที่วัดปากนคร จังหวัดนครศรีธรรมราชในวันพระวันหนึ่ง เนื่องจากเจ้าอาวาสไม่อยู่ ชาวบ้านมาทำบุญและอยากฟังเทศน์ตามปกติ จึงนิมนต์พระปั่นขึ้นธรรมาสน์ เพราะเห็นว่ามีความรู้ขั้นนักธรรมเอก แล้วท่านก็สร้างความอัศจรรย์แก่ชาวบ้านบนศาลาวัด เมื่อแสดงธรรมเทศนาได้อย่างคล่องแคล่ว โดยไม่อาศัยหนังสือใบลานเลยแม้แต่น้อย นับเป็นการเริ่มต้นชีวิตพระนักเทศน์ขึ้นครั้งแรก ณ วัดแห่งนี้

 

จากนั้นปี พ.ศ.2492 “หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ” ได้รับอาราธนานิมนต์ให้ไปจำพรรษาที่วัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ และได้เริ่มแสดงธรรมในทุกวันอาทิตย์และวันพระที่พุทธนิคม พร้อมกันนี้หลวงพ่อได้เขียนบทความต่างๆลงในหนังสือพิมพ์และเขียนหนังสือธรรมะขึ้นจำนวนหลายเล่ม และนอกจากนี้หลวงพ่อได้เดินทางไปประกาศธรรมแก่ชาวบ้าน ซึ่งชาวเขาโดยใช้รถติดเครื่องขยายเสียง จนชื่อเสียงของหลวงพ่อดังกระฉ่อนไปทั่ว จังหวัดเชียงใหม่ในนาม “ภิกขุปัญญานันทะ”

 

หลังจากที่ “ภิกขุปัญญานันทะ” เริ่มมีชื่อเสียงแล้วในยุคนั้น จึงได้ก่อตั้งมูลนิธิเมตตาศึกษาที่วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ และบำเพ็ญศีลกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอีกมากมาย ซึ่งต่อมา ม.ล.ชูชาติ กำภู อธิบดีกรมชลประทานในสมัยนั้นได้เดินทางไปเชียงใหม่ และประทับใจลีลาการสอนธรรมะแนวใหม่ของหลวงพ่อ จึงเกิดความศรัทธาในหลวงพ่อ จึงได้อาราธนาหลวงพ่อไปเป็นเจ้าอาวาสที่ “วัดชลประทานรังสฤษฎ์” ซึ่งเป็นวัดที่สร้างวัดใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 จนถึงมรณภาพ

 

              

 

“หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ” ดำเนินการเผยแพร่พระพุทธศาสนา โดยเริ่มปฏิวัติรูปแบบการเทศนาแบบดั้งเดิมที่นั่งเทศนาบนธรรมาสน์ถือใบลาน มาเป็นการยืนพูดปาฐกถาธรรมแบบพูดปากเปล่าต่อสาธารณชน พร้อมทั้งยกตัวอย่างเหตุผลร่วมสมัย ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อเป็นการดึงดูดประชาชนให้หันเข้าหาธรรมะ โดยในช่วงแรกๆ ได้รับการต่อต้านอยู่บ้าง แต่ต่อมาภายหลังการปาฐกถาธรรมแบบนี้กลับเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปจนถึงปัจจุบัน โดย “หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ” เป็นพระมหาเถระผู้มีชื่อเสียงของประเทศไทย สร้างงานไว้มากมายทั้งด้านศาสนาสังคมสงเคราะห์ ตลอดจนงานด้านวิชาการ ด้วยเหตุนี้จึงได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้ได้รับรางวัลเกียรติคุณมากมาย และเป็นประธานในการดำเนินกิจกรรมทั้งที่เป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาและสังคม

 

อย่างไรก็ตาม  “หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ” เป็นพระสงฆ์รูปแรกที่กล้าในการปฏิรูปพิธีกรรมทางศาสนาของชาวไทยที่ประกอบพิธีกรรมหรูหรา ฟุ่มเฟือย โดยเปลี่ยนเป็นประหยัด มีประโยชน์และเรียบง่าย ดังนั้นหลวงพ่อจึงได้รับการขนานนามว่า “ผู้ปฏิรูปพิธีกรรมของชาวพุทธไทย” ในปัจจุบัน

 

ทั้งนี้ “หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ” ถึงแก่มรณภาพในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ณ โรงพยาบาลศิริราช ด้วยเหตุติดเชื้อในกระแสโลหิต สิริรวมอายุได้ 96 ปี 5 เดือน โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรได้พระราชทานโกศแปดเหลี่ยมและรับศพไว้ในพระราชานุเคราะห์