ดาวโจนส์ทะยานเพิ่ม39.73จุด ขานรับหุ้นสินค้าผู้บริโภค

08:39 9 ตุลาคม 2561 906
ดาวโจนส์ปิดที่ 26,486.78 จุด เพิ่มขึ้น 39.73 จุด รับแรงหนุนหุ้นสินค้าผู้บริโภคและกลุ่มสาธารณูปโภค ด้านน้ำมันดิบลดลง 5 เซนต์ ปิดที่ 74.29 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

วันนี้ (9 ต.ค. 61) ดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (8 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภคและกลุ่มสาธารณูปโภคซึ่งเป็นหุ้นที่สามารถต้านทานวัฏจักรทางเศรษฐกิจ (defensive stocks) อย่างไรก็ตาม ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบติดต่อกันเป็นวันที่ 3 จากแรงฉุดของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อันเนื่องมาจากความกังวลที่ว่าเศรษฐกิจจีนกำลังได้รับผลกระทบจากการทำสงครามการค้ากับสหรัฐ หลังจากที่ธนาคารกลางจีนประกาศปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR)

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,486.78 จุด เพิ่มขึ้น 39.73 จุด หรือ +0.15% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,884.43 จุด ลดลง 1.14 จุด หรือ -0.04% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,735.95 จุด ลดลง 52.50 จุด หรือ -0.67%

 

ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนบวกเป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มที่สามารถต้านทานวัฏจักรทางเศรษฐกิจได้ดี เช่น หุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภค โดยหุ้นไทสัน ฟู้ดส์ พุ่งขึ้น 1.8% หุ้นพร็อคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) ปรับตัวขึ้น 0.3% หุ้นเป๊ปซี่โค พุ่งขึ้น 1.6% หุ้นโคคา-โคลา เพิ่มขึ้น 1.3% หุ้นฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล ดีดขึ้น 0.9%

 

ด้านหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคซึ่งสามารถต้านทานวัฏจักรทางเศรษฐกิจได้ดีเช่นกันนั้น ดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นดุ๊ค เอนเนอร์จี เพิ่มขึ้น 0.9% หุ้นคอนโซลิเดทเต็ด เอดิสัน อิงค์ เพิ่มขึ้น 0.5% หุ้นเฟิร์สท์เอนเนอร์จี ซึ่งเป็นบริษัทสาธารณูปโภครายใหญ่ของสหรัฐ ดีดตัวขึ้น 0.2% และหุ้นเอ็กเซลอน เพิ่มขึ้น 0.5%

 

ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (CPI) เดือนก.ย.ของสหรัฐฯในวันที่ 11 ต.ค.นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI เดือนก.ย.จะเพิ่มขึ้น 0.2% โดยหากตัวเลข CPI ดีดตัวขึ้นมากกว่าระดับ 0.2% ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ก็จะเป็นปัจจัยหนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

 

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐฯที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ย., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, อัตราเงินเฟ้อเดือนก.ย., ราคานำเข้าและส่งออกเดือนก.ย., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

 

ด้านสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (8 ต.ค.) หลังจากมีรายงานว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรให้กับบางประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน ขณะที่นักลงทุนจับตาพายุเฮอร์ริเคน "ไมเคิล" ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ฝั่งตะวันออกของอ่าวเม็กซิโกในวันนี้

 

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 5 เซนต์ หรือประมาณ 0.09% ปิดที่ 74.29 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 25 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 83.91 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาน้ำมันดิบปิดตลาดอ่อนแรงลงหลังจากมีรายงานว่า คณะทำงานของปธน.ทรัมป์กำลังพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรให้กับบางประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ปธน.ทรัมป์ได้เตือนให้ประเทศต่างๆ ระงับการซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านโดยสิ้นเชิงภายในวันที่ 4 พ.ย. มิฉะนั้นจะถูกสหรัฐคว่ำบาตร โดยวันที่ 4 พ.ย.เป็นวันครบกำหนด 180 วันนับจากวันที่ปธน.ทรัมป์ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านในเดือนพ.ค. และจะทำให้ปธน.ทรัมป์สามารถออกคำสั่งคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่

 

นายดาร์เมนทรา ประธาน รมว.น้ำมันของอินเดีย กล่าวว่า อินเดียจะยังคงซื้อน้ำมันจากอิหร่านในเดือนหน้า แม้มีคำเตือนจากสหรัฐว่าไม่ให้ประเทศต่างๆซื้อน้ำมันจากอิหร่านตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. พร้อมกับยืนยันว่า บริษัทน้ำมัน 2 แห่งของอินเดียได้สั่งนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านในเดือนหน้า

 

ขณะที่นักลงทุนจับตาพายุเฮอร์ริเคนไมเคิลซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ฝั่งตะวันออกของอ่าวเม็กซิโกในวันนี้ และจะพัดขึ้นฝั่งรัฐฟลอริดาในวันพรุ่งนี้ ท่ามกลางความกังวลที่ว่าพายุลูกนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อการผลิตพลังงานในภูมิภาคดังกล่าว

 

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐฯ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) มีกำหนดเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันที่ 11 ต.ค.นี้