อินเดียครองแชมป์ตายจากเซลฟี่-ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย

16:46 6 ตุลาคม 2561 1,315
อินเดียครองแชมป์สถิติตายจากการถ่ายเซลฟี่มากสุดในโลก รองมาคือรัสเซียและสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายเพราะชอบแชะภาพในที่เสี่ยงอันตราย

วันนี้(6ต.ค.61)ผลการศึกษาทั่วโลก ในปีนี้พบว่าการเซลฟีแบบเอ็กซ์ทรีมหรือเสี่ยงอันตราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 259 ราย ระหว่างเดือนตุลาคม 2554-2560 โดยคณะนักวิจัย ที่สถาบันเนชั่นแนล ไลบรารี ออฟ เมดิซึน ของสหรัฐ (National Library of Medicine) แนะนำว่า ควรจะมีการติดป้ายระบุ “ห้ามถ่ายเซลฟี” ในพื้นที่ที่ถือว่าเป็นจุดอันตราย เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ ประกอบด้วยยอดเขา, อาคารสูง และทะเลสาบ เพราะเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจำนวนมากเสียชีวิต ซึ่งสาเหตุของการตายที่พบเห็นเป็นประจำ คือการจมน้ำ, อุบัติเหตุจากการคมนาคม และพลัดตกจากที่สูง ขณะที่การเสียชีวิตจากสัตว์, ไฟฟ้าช็อต, ไฟไหม้ และอาวุธ ก็เริ่มมีรายงานบ่อยครั้งขึ้นจากทั่วโลก

 

ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กาวิน ซิมเมอร์แมน เด็กหนุ่มวัย 19 ปี เสียชีวิต ขณะเซลฟีอยู่บนหน้าผาสูงชัน ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ขณะที่ โทเมอร์ แฟรงค์เฟอร์เตอร์ เสียชีวิตในอุทยานแห่งชาติโยเซมิติ รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ ในเดือนกันยายน หลังจากพลัดตกหน้าผาสูง 250 เมตร ขณะพยายามถ่ายเซลฟี

 

ผลการวิจัยซึ่งเผยแพร่ในนิตยสาร เจอร์นัล ออฟ แฟมิลี เมดิซึน แอนด์ ไพรมารี แคร์ (Journal of Family Medicine and Primary Care) พบด้วยว่าการเสียชีวิตที่เกี่ยวกับการเซลฟี ร้อยละ 72.5 เป็นเพศชาย โดยผู้ถ่ายเซลฟีเสียชีวิตมากที่สุดในอินเดีย ตามมาด้วยรัสเซีย สหรัฐและปากีสถาน และมีอายุต่ำกว่า30ปี อินเดียเสียชีวิตมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด ซึ่งอยู่ที่ 159 ราย ตั้งแต่ปี 2554 นักวิจัยให้เหตุผลที่อินเดียมีอัตราผู้เสียชีวิตสูง เป็นเพราะประชากรจำนวนมากอายุต่ำกว่า 30

 

แม้ว่าทั่วไปแล้วผู้หญิงจะถ่ายเซลฟีมากกว่าผู้ชาย แต่นักวิจัยก็พบว่า ผู้ชายชอบถ่ายในสถานที่เสี่ยงมากกว่า เช่นยืนบนขอบหน้าผาสูง เพื่อให้ได้ภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ จึงเป็นเหตุผลที่ผู้เสียชีวิตเป็นเพศชายมากกว่า 

 

การศึกษาก่อนหน้านี้รวบรวมข้อมูลจากวิกิพีเดียและทวิตเตอร์ ซึ่งบรรดานักวิจัยกล่าวว่า ไม่ได้ให้ผลที่แม่นยำ แต่การศึกษาชิ้นใหม่ พบด้วยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเซลฟี เพิ่มมากขึ้น ในปี 2554 มีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตเพียง 3 รายเท่านั้น แต่เพิ่มเป็น 98 ราย ในปี 2559 และ 93 รายในปี 2560 อย่างไรก็ตามนักวิจัยอ้างว่าจำนวนที่แท้จริงของการเสียชีวิตจากการเซลฟี อาจสูงกว่านี้มากเพราะมีบางรายที่ไม่ได้ระบุสาเหตุของการตาย