ระดับน้ำเพชรบุรีลดระดับ ชะลอน้ำท่วมเมืองได้ดี

13:46 12 สิงหาคม 2561 1,084
ระดับน้ำที่แม่น้ำเพชรบุรียังคงต่ำกว่าตลิ่ง ขณะที่การบริหารจัดการระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจานด้วยการขุดคลองระบายน้ำตัดยอดน้ำลงอ่าวไทยสามารถชะลอน้ำท่วมเมืองเพชรบุรีได้ผลดี

วันนี้ (12 ส.ค. 61) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทีมข่าวเดินทางไปตรวจสอบระดับน้ำบริเวณสะพานเทศบาล หรือสะพานดำ ใกล้กับถนนคนเดินในตัวเมืองเพชรบุรี พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีในช่วงเช้า อยู่ที่ 4 เมตร 40 เซนติเมตร ลดลงจากเมื่อวานนี้ที่วัดได้ 4 เมตร 55 เซนติเมตร โดยถือว่ายังอยู่ในระดับวิกฤติ ซึ่งที่อำเภอตัวเพชรบุรี ระดับตลิ่งในแม่น้ำเพชรบุรีรับได้อยู่ที่ 5 เมตร 10 เซนติเมตร ซึ่งเหลืออีก 70 เซนติเมตรที่จะเท่าระดังตลิ่งที่แม่น้ำรับได้ ส่วนการระบายน้ำเขื่อนเพชร ตอนนี้ระบายน้ำอยู่ที่ 101 ลบ.ม./วินาที ลดลงจากเมื่อวานที่ระบายไป 105.ลบ.ม./วินาที

 

ขณะที่บรรยากาศในตัวเมืองเพชรบุรีเป็นไปอย่างปกติเรียบร้อย โดยช่วงเช้าประชาชนได้ออกมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างต่อเนื่อง มีฝนตกโปรยปรายเล็กน้อย บางจุดมีรถสัญจรในตัวเมืองหนาแน่นซึ่งจากข้อมูลจากศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติโดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พบว่า สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำปริมาณน้ำอยู่ที่ 728 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 102 % ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 12.77 ล้านลบเมตร ปริมาณน้ำระบายออกวันละ 15.20 ล้านลูกบาสก์เมตร

 

ด้านกรมชลประทานได้ติดตั้งกาลักน้ำจำนวน 15 ชุด เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำ โดยน้ำล้นทางระบายน้ำ หรือSpillway สูง 41 เซนติเมตร ลดลงจากเมื่อวานที่วัดได้ 49 เซนติเมตร โดยแนวโน้มปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างลดลงและจากการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศ อาจมีฝนตกมากขึ้นส่งผลให้น้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้ายังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไป

 

ส่วนสภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำยังอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง ระดับน้ำท้ายเขื่อนบริเวณอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 1.03 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 156.15 ลบ.ม./วินาที ลดลงจากเมื่อวานที่วัดได้ 162.80 ลบ.ม./วินาที ทำให้พื้นที่ริมสองฝั่งลำน้ำในบริเวณอำเภอแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอเมือง และอำเภอบ้านแหลมที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมมีแนวโน้มทรงตัว การบริหารจัดการน้ำมีการตัดยอดน้ำก่อนผ่านเขื่อนเพชรโดยเพิ่มการรับน้ำเข้าระบบชลประทาน และคลอง D9 ทำให้ระดับน้ำที่อำเภอเมืองเพชรบุรีมีระดับลดลงต่ำกว่าตลิ่ง 0.52 เมตร แต่ยังต้องเฝ้าระวัง

 

ทั้งนี้ ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยงที่อาจจะมีน้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่และชุมชนจำนวน 31 เครื่อง (สำรอง 5 เครื่อง) โดยติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำในจุดที่มีการระบายน้ำได้ช้าจำนวน 38 เครื่อง พร้อมเตรียมพร้อมยานพาหนะและเครื่องจักรกล เช่น รถขุดตักจำนวน 20 คัน ประจำในพื้นที่เพื่อขุดเปิดทางน้ำ