เปิดข้อมูลเขต ช้างชนช้าง สู้กันไฟลุก! (ภาคกลาง)

10:25 22 มีนาคม 2562 461
เปิดผลข้อมูล ผู้สมัครส.ส. 130เขต ช้างชนช้างทั่วประเทศ TNN ส่งทีมงานเกาะติดหน้าคูหา สังเกตการณ์เก็บคะแนนแต้มต่อแต้ม

 

นนทบุรี เขต 3 อ.บางกรวย, บางใหญ่ (บางส่วน)

สถานะ : มวยถูกคู่

 

เป็นพื้นที่ที่ต่อสู้กันระหว่างตระกูล “อัจฉริยะประสิทธิ์” และ “จันทร์ประสงค์” มาช้านาน ครั้งนี้ “มานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์” ย้ายจากภูมิใจไทย มาอยู่ค่ายเพื่อไทย ท้าชนกับแชมป์เก่า “วไลพร อัจฉริยะประสิทธิ์” ที่ย้ายจากเพื่อไทย มาอยู่ประชาธิปัตย์ แต่ครั้งนี้ส่งหลานชาย “กฤษกร อัจฉริยะประสิทธิ์” ลงสมัครแทน คะแนนคู่คีสูสีชนิดหายใจลดต้นคอ

 

ปทุมธานี เขต 1 อ.เมือง (บางส่วน), ลาดหลุมแก้ว

 

สถานะ : ท้าชนแชมป์

 

เก้าอี้ ส.ส. เขต 1 หลายสมัยสั่นสะเทือน เมื่อ “สุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล” อดีต รมช. ศึกษาธิการ พรรคเพื่อไทย ถูกท้าทายจาก “ชัยวัฒน์ อินทร์เลิศ” อดีตประธานสภา อบจ. ปทุมธานี จากค่ายภูมิใจไทย ที่ “อนุทิน ชาญวีรกุล” หัวหน้าพรรคประกาศเสียงดังว่า ต้องโค่นแชมป์ให้ได้ เพราะ “ชัยวัฒน์” เป็นคนในพื้นที่ ฐานเสียงแน่นในอำเภอเมือง และลาดหลุมแก้ว แถมยังมีกระสุนดินดำพร้อมรบเต็มพิกัด ส่วน “สุรพงษ์” ได้ฐานเสียงจากคนเสื้อแดง และผลงานในอดีต สุดท้ายจึงต้องลุ้นตัวโก่งจนนาทีสุดท้าย

 

อ่างทอง เขต 1 ทุกอำเภอ

สถานะ : ศึกศักดิ์ศรี

 

เป็นการเปิดศึกระหว่างตระกูล “ปริศนานันทกุล” กับตระกูล “เปาอินทร์” ครั้งนี้ “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” ลูกชาย “สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล” ย้ายจากค่ายชาติไทยพัฒนา ไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ต้องชนกับ “พล.ต.ต. ประจวบ เปาอินทร์” น้องชาย “พล.ต.ท. วิโรจน์ เปาอินทร์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่ง “กรวีร์” ได้เปรียบตรงที่พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ส่ง ส.ส. ตัดคะแนนลงเขตนี้ ทำให้คะแนนขี่ “พล.ต.ต. ประจวบ” 

 

ชัยนาท เขต 1 อ.เมือง, สรรพยา, มโนรมย์, วัดสิงห์

สถานะ : ศึกศักดิ์ศรี

 

“อนุชา นาคาศัย” แกนนำกลุ่มสามมิตร จากพรรคพลังประชารัฐ เจ้าของสโมสรฟุตบอล ชัยนาท ฮอร์นบิว ลงรักษาแชมป์แทนภรรยา “พรทิวา นาคาศัย” ที่ครองพื้นที่มายาวนาน กลายเป็นเต็ง 1 ที่อยากจะต่อกร มีเพียง “พรหมมิน สีตบุตร” จากพรรคเพื่อไทย เท่านั้นที่เป็นคู่ต่อสู้

 

ชัยนาท เขต 2 อ.สรรคบุรี, หันคา, เนินขาม, หนองมะโมง, วัดสิงห์

สถานะ : รักษาพื้นที่

 

“มณเฑียร สงฆ์ประชา” เคยต่อสู้กับเครือข่ายของ “อนุชา นาคาศัย” แกนนำกลุ่มสามมิตร จากพรรคพลังประชารัฐสมัยที่แล้ว แต่ครั้งนี้มาอยู่ร่วมทีมเดียวกัน จึงมีโอกาสชนะสูง เพราะ “ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง” ที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 ครั้งก่อน จากพรรคไทยรักษาชาติ ต้องจบชีวิตทางการเมืองหลังถูกยุบพรรค

 

สระบุรี เขต 3 อ.หนองแค, หนองแซง, เสาไห้, บ้าหมอ, หนองโดน, ดอนพุด

สถานะ : แชมป์ชนแชมป์

 

ต่อสู้กัน 3 พรรคการเมือง “องอาจ วงษ์ประยูร” จากพรรคเพื่อไทย ข้ามเขตมาท้าชนกับแชมป์เก่า “วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ” สายตรง “อนุทิน ชาญวีรกุล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดิมพันต้องชนะเท่านั้น แต่ห้ามมองข้าม “ชูศักดิ์ จึงพานิช” ลูกชายเจ้าของอู่ต่อรถใหญ่สหกิจ จากค่ายประชาธิปัตย์ ที่มีโอกาสเบียดสอดแทรกได้เช่นกัน

 

จันทบุรี เขต 1 อ.เมือง, แหลมสิงห์

สถานะ : รักษาพื้นที่

 

“ธวัชชัย อนามพงษ์” แชมป์เก่าหักเหลี่ยมโหด พรรคประชาธิปัตย์ ย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ ต้องส่งผู้สมัครหน้าใหม่ “ปวีณา จริยฐิติพงศ์” ลงสู้ศึก แต่ด้วยฐานคะแนนที่แน่นหนาของ “ธวัชชัย” ที่เป็น ส.ส. หลายสมัย ทำให้ได้เปรียบคู่แข่งคนอื่น ๆ

 

ตราด เขต 1 ทุกอำเภอ

สถานะ : รักษาพื้นที่

 

แชมป์เก่าตลอดกาล “ธีระ สลักเพชร” จากค่ายประชาธิปัตย์ ฐานเสียงยังเหนือชั้นคู่แข่ง ครั้งนี้มี “วศิน พงษ์ศิริ” จากพรรคภูมิใจไทย สวมหัวใจสิงห์ลงต่อกร พร้อมสโลแกน “ตั้งใจมาทำงานใกล้ชิดพี่น้องประชาชน” มั่นใจประสบการณ์บริหารโรงพยาบาลจะเบียด “ธีระ” ได้

 

ฉะเชิงเทรา เขต 3 อ.ท่าตะเกียบ, สนามชัยเขต, พนมสารคาม (บางส่วน)

สถานะ : รักษาพื้นที่

 

“สุชาติ ตันเจริญ” ตัดสินใจกระโดดเข้าสู่วงการการเมืองอีกครั้ง ภายใต้ร่มเงาพรรคพลังประชารัฐ ด้วยบารมีอดีตแกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำผู้โด่งดัง น่าจะเอาชนะแชมป์เก่าคู่ต่อสู้จากพรรคเพื่อไทย “รส มะลิผล” ได้ไม่ยาก เพราะกลไกท้องถิ่นในพื้นที่อยู่ในมือ “สุชาติ” ทั้งหมด โดยคู่นี้เคยเจอกันมาแล้วในศึกเลือกตั้งปี 57 ที่เป็นโมฆะ ซึ่ง “สุชาติ” ชนะ “รส” ไป 3,000 คะแนน แม้จะมีผู้มาใช้สิทธิเพียง 50%

 

สระแก้ว เขต 1 อ.เมือง, เขาฉกรรจ์, วังน้ำเย็น (บางส่วน)

สถานะ : ศึกสายเลือด

 

ระเบิดศึกสายเลือด 2 หลานในไส้ “ป๋าเหนาะ” เสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เมื่อ “ฐานิสร์ เทียนทอง”  หลานชายแท้ ๆ ซึ่งเป็นแชมป์เก่า ย้ายจากพรรคเพื่อไทย หันมาซบค่ายพรรคพลังประชารัฐ ทำเอา “ป๋าเหนาะ” ควันออกหู ก่อนที่จะดัน “สนธิเดช เทียนทอง” หลานชายอีกคน ปัจจุบันเป็นรองนายกเทศมนตรีตำบลวัฒนานคร ลงสู้ศึก “เลือดข้นคนกันเอง” ทำเอาสนามเลือกตั้งสระแก้วเขต 1 ร้อนระอุขึ้นมาทันที ถึงแม้ฐานเสียงของ “สนธิเดช” จะเป็นรอง แต่มั่นใจพลัง “ป๋าเหนาะ” ที่ช่วยดันเข้าป้ายได้

 

ราชบุรี เขต 1 อ.เมือง (บางส่วน)

สถานะ : มวยถูกคู่

 

เป็นศึกที่ 3 พรรคใหญ่ส่ง 3 สุภาพสตรีลงต่อสู้กัน เริ่มจาก “กุลวดี นพอมรบดี” อาสาสานต่องานของ “กอบกุล” คุณแม่ผู้ล่วงลับที่ถูกยิงเสียชีวิตจากปมการเมือง และยังมี “มานิต” คุณพ่อ ซึ่งเป็นอดีต รมช. สาธารณสุข เป็นพี่เลี้ยงสังกัดค่ายพลังประชาชารัฐ ฐานเสียงแน่นมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อ และคุณแม่เป็น ส.ส. ส่วนคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวคือ “เพียงเพ็ญ ศักดิ์สมบูรณ์”  อดีต ส.ว. ราชบุรี มีฐานเสียงจากการเป็น สจ. มาอย่างยาวนาน ด้านพรรคประชาธิปัตย์ส่ง  “กัลยา ศิริเนาวกุล” ภรรยา “บุญมาก” ส.ส. หลายสมัย ที่ถูกตัดสิทธิการเมือง 10 ปี มีฐานเสียงเหนียวแน่น

 

กาญจนบุรี เขต 1 อ.เมือง, ศรีสวัสดิ์

สถานะ : ศึกศักดิ์ศรี

 

ศึกเลือกตั้ง ส.ส. เมืองกาญจน์ 5 เขต เป็นสนามประลองกำลังระหว่างคนเคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ กับคนที่อยู่พรรคประชาธิปัตย์ในปัจจุบัน หลังจาก “กำนันเซี๊ยะ” ประชา โพธิพิพิธ ย้ายค่ายจากประชาธิปัตย์ ไปพรรคพลังประชารัฐยกทีม เขต 1 ส่ง “พล.อ. สมชาย วิษณุวงศ์” แชมป์เก่าจากพรรคเพื่อไทย ที่ย้ายมาพลังประชารัฐ ฐานเสียงแน่นระดับเต็ง 1 เพราะมีค่ายทหารสีเขียวคอยหนุนอยู่ที่นี่ คู่ต่อกรก็คือ “อาศุชิน เป้าอารีย์” จากพรรค ประชาธิปัตย์ ที่ได้กระแสพรรคเป็นตัวช่วย เพราะครั้งก่อนกวาดไป 3 ที่นั่ง จาก 5 ที่นั่ง

 

กาญจนบุรี เขต 4 อ.เลาขวัญ, ห้วยจกระเจา, หนองปรือ, บ่อพลอย

สถานะ : ศึกศักดิ์ศรี

 

อดีต ส.ส. คนดัง “กำนันเซี๊ยะ” ประชา โพธิพิพิธ ย้ายค่ายจากประชาธิปัตย์ ไปพรรคพลังประชารัฐยกทีม ส่ง “ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ” ลูกชายลงแทน ต้องชนพรรคเก่าของตัวเอง ที่ส่ง “พล.ท. ทำนุ โพธิ์งาม” อดีต ส.ส. ที่ย้ายมาจากพรรคเพื่อไทยลงแย่งเก้าอี้ โดย “พล.ท. ทำนุ” มี “ซ้อเจน” ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ภรรยานายก อบจ. กาญจนบุรี หนุนเต็มที่ เพื่อรักษาฐานที่มั่นพรรคประชาธิปตย์ไว้ให้ได้ หลังกวาดไป 3 ที่นั่ง จาก 5 ที่นั่งในศึกเลือกตั้งปี 54

 

กาญจนบุรี เขต 5 อ.ทองผาภูมิ, สังขละบุรี, ไทยโยค

สถานะ : ศึกศักดิ์ศรี

 

เขตนี้เป็นการต่อสู้ของคนคุ้นเคยในพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเดิม เพราะ “กำนันเซี๊ยะ” ประชา โพธิพิพิธ ที่ย้ายค่ายจากประชาธิปัตย์ ไปพลังประชารัฐยกทีม ส่ง “อัฏฐพล โพธิพิพิธ” ลูกชายอีกคน ข้ามห้วยจากเขต 1 มาลงเขต 5 ต้องชนกับ “นายแพทย์ สุรพงษ์ ตันธนศรีกุล” อดีต ส.ว. กาญจนบุรี มี “ซ้อเจน” ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ภรรยานายก อบจ. กาญจนบุรี ดันอีกเช่นเคย ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดเกมชกกันแบบตัวต่อตัว เพราะสนามเมืองกาญจน์ทั้ง 5 เขต พรรคเพื่อไทยไม่ได้ส่งผู้สมัคร หลังเปิดทางให้พรรคไทยรักษาชาติ ลงสนามแข่งตามกลยุทธ์แตกแบงก์พัน แต่พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ เลยตัดคู่แข่งคนสำคัญไปแบบสบายตัว

 

สุพรรณบุรี เขต 3 อ.อู่ทอง (บางส่วน), ดอนเจดีย์ (บางส่วน), สามชุก, ศรีประจันต์

สถานะ : ช้างชนช้าง

 

เป็นศึกช้างชนช้างรุ่นใหญ่ "ศิษย์ก้นกุฏิมังกรสุพรรณ” บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อ “จองชัย เที่ยงธรรม” ไม่พอใจ “ประภัตร โพธสุธน” เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา ที่แอบส่ง “ยุทธนา โพธสุธน” หลานชายลงแข่งกับ “เสมอกัน เที่ยงธรรม” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน “จองชัย” เขต 4 ในนามพรรคพลังประชารัฐ ถึงแม้จะเคลียร์กันได้ เพราะ “ยุทธนา” ลง ส.ส. บัญชีรายชื่อ แต่ “จองชัย” ก็ผูกใจเจ็บ “ประภัตร” ด้วยการลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา ไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย เพื่อท้าชนกับ “ประภัตร” ในเขต 3 หากดูชื่อชั้นแล้วถือว่าสูสี แต่หากพิจารณาจากท้องถิ่นนิยมบ้านเกิด “บรรหาร” แล้ว “ประภัตร” น่าจะเฉือนเข้าป้าย

 

นครปฐม เขต 3 อ.บางเลน, ดอนตูม, พุทธมณฑล

สถานะ : มวยถูกคู่

 

“ก่อเกียรติ สิริยะเสถียร” แชมป์เก่า 3 สมัย ที่ย้ายค่ายจากพรรคเพื่อไทย มาอยู่พรรคชาติไทยพัฒนา ตามพี่ใหญ่ตระกูลสะสมทรัพย์มายกทีม ต้องเจอศึกหนักกับไม้เบื่อไม้เมาอย่าง “พรศักดิ์ เปี่ยมคล้า” จากพรรคพลังประชารัฐ ครั้งก่อน “พรศักดิ์” ส่งลูกสาวสู้กับ “ก่อเกียรติ” แพ้ไปไม่มาก ครั้งนี้ “พรศักดิ์” ขอลงเองเกมอาจพลิกได้เช่นกัน

 

สมุทรสาคร เขต 2 อ.เมือง (บางส่วน), กระทุ่มแบน (บางส่วน), บ้านแพ้ว

สถานะ : หน้าเก่าปะทะหน้าใหม่

 

ตระกูล “ไกรวัตนุสสรณ์” เจ้าถิ่นคนดังในพื้นที่ ย้ายจากพรรคเพื่อไทย มาอยู่พรรคชาติไทยพัฒนา ต้องเจอกระดูกชิ้นโต เพราะ “อภิชาต โพธิ์ถนอม” รองประธาน อบจ. สมุทรสาคร ที่ส่งมาชิงเก้าอี้ ส.ส. ทำศึกกับอดีต กกต. คนดัง “สมชัย ศรีสุทธิยากร” ที่กระโดดมาเล่นการเมืองที่บ้านเกิดในนามพรรคประชาธิปัตย์ ถึงแม้จะไม่มีฐานเสียงในพื้นที่ แต่ด้วยความเป็นคนดัง ชาวบ้านรู้จักกันทั่วประเทศ จึงเชื่อว่าจะมีคะแนนวิ่งเข้าหาอย่างหนาแน่น ประกอบกับผู้บริหารพรรคช่วยลงพื้นที่หาเสียงอย่างหนัก จึงมีโอกาสเข้าวินได้เช่นกัน