สายด่วนกัญชา ทะลุ 5,000 ราย ย้ำ เสพ-ปลูกเสรี ไม่จริง

12:41 20 มีนาคม 2562 449
เลขาฯ อย. เผย ยอดโทรสอบถามเรื่องกัญชา ตั้งแต่เริ่มเปิดรับแจ้ง 27 ก.พ. 62 รวม 5,014 ราย แจ้งครอบครอง 205 ราย ย้ำ กระแสข่าวปลูกหรือเสพกัญชาเสรี ไม่เป็นความจริง

วันนี้ ( 20 มี.ค. 62 ) นพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา ( อย. ) ได้เปิดบริการให้สอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับกัญชา ภายหลังจากที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวเนื่องกับการนิรโทษและครอบครองกัญชา จำนวน 3 ฉบับ ได้มีผลบังคับใช้แล้วนั้น

 

สำหรับสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 11-15 มี.ค. 62 พบว่า มีผู้โทรศัพท์มาสอบถามที่ อย. ในช่องทางสายด่วน อย. 1556 จำนวน 1,277 ราย หมายเลขโทรศัพท์ของกองควบคุมวัตถุเสพติด อย. 71 ราย และที่ Counter Service 13 ราย

 

ทั้งนี้ คำถามที่พบส่วนใหญ่นั้น ยังคงสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการปลูก รายละเอียดของการนิรโทษ การนำเข้า และ การส่งออก เป็นต้น และมีผู้ป่วยมาแจ้งครอบครองกัญชา จำนวน 120 ราย

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวเลขสะสมตั้งแต่วันที่เริ่มเปิดรับแจ้งตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. 62 ถึงปัจจุบัน มีผู้โทรศัพท์เข้ามาสอบถามเรื่องกัญชาที่ อย. จำนวน 5,014 ราย และแจ้งครอบครองกัญชาแล้ว 205 ราย

 

อนึ่ง ตามที่ปรากฏข่าวว่า มีการอนุญาตให้ปลูก หรือเสพกัญชาเสรี นั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจาก ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตามมาตรา 22 ของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดให้ผู้ป่วยที่มีการครอบครองกัญชาไว้เพื่อรักษาโรคเฉพาะตัว ก่อนที่กฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับให้ผู้ป่วยมาแจ้งการครอบครองต่อเจ้าหน้าที่ แล้วจะถือว่าไม่มีความผิดตามกฎหมาย ดังนั้น จึงไม่ใช่เพิ่งปลูก หรือ หามาใช้ภายหลังที่กฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังต้องไปตรวจสอบเฝ้าระวัง เพื่อให้มีการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย และเมื่อครบกำหนด 90 วันแล้ว ผู้ป่วยจะครอบครองต้นกัญชาไม่ได้ กรณีผู้ป่วยที่แจ้งการครอบครองสำหรับใช้เกิน 90 วัน และเมื่อครบกำหนด 90 วันแล้ว หากยังไม่ได้รับการรักษาและได้รับยา ในระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็สามารถใช้ยาดังกล่าวตามที่แจ้งการครอบครองไว้ก่อนได้ ดังนั้น จึงขอให้เข้าใจถูกต้องตรงกันว่า กฎหมายไม่มีการอนุญาตให้ปลูก หรือเสพกัญชาเสรี

 

สำหรับผลกระทบต่อร่างกายจากการเสพกัญชานั้น โดยเฉพาะในเด็กวัยรุ่นกัญชาส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางสมอง ทำให้ความจำบกพร่อง การเสพกัญชาจึงควรจำกัดให้ใช้ทางการแพทย์ เพื่อการรักษาหรือบรรเทาอาการของโรคบางชนิดเท่านั้น และใช้ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากกัญชามีฤทธิ์ต่อจิตและประสาท มีผลข้างเคียง เช่น ประสาทหลอน หวาดระแวง และความบกพร่องเรื่องความจำ

 

อย่างไรก็ตาม การแจ้งครอบครองกัญชา เป็นการดำเนินการตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ขอให้แจ้งข้อเท็จจริงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อประโยชน์ในการติดตามตรวจสอบและเป็นประโยชน์ต่อผู้แจ้งเอง กรณีแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ จะมีความผิดตามกฎหมายด้วย ผู้ป่วยบางรายเข้าใจว่าใบอนุญาตที่ อย. ออกให้สำหรับการครอบครองกัญชาเป็นการอนุญาตให้ปลูกกัญชาได้ด้วย และมีการนำไปเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด อย. จึงขอย้ำว่า ใบอนุญาตที่ อย. ออกให้ใช้ในวัตถุประสงค์การ “ครอบครอง” กัญชาเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์หรือการรักษาพยาบาลเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ “ปลูก” กัญชาแต่อย่างใด การที่นำไปเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ ผู้เผยแพร่อาจถูกดำเนินการตามกฎหมายได้ จึงขอให้ผู้ครอบครองกัญชาระมัดระวัง ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎระเบียบด้วย เลขาธิการฯ กล่าวในที่สุด