เลือกตั้ง 2562 : ตั้งกก.สอบ'นอภ.ท่าตะเกียบ'ห้ามผู้สมัครส.ส.ตั้งเวทีปราศรัย

19:01 15 มีนาคม 2562 393
ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา สั่งตั้งคกก.สอบ 'นายอำเภอท่าตะเกียบ' เหตุเบรกผู้สมัครส.ส.ใช้สถานที่ตั้งเวทีปราศรัย

 

วันนี้ (15 มี.ค.62) จากกรณีที่ นายสุชาติ ตันเจริญ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ร้องเรียนไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ตั้งกรรมการสอบสวน นายฉันท์ แป้นเพชร นายอำเภอท่าตะเกียบ ที่ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่สนามบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอท่าตะเกียบเป็นเวทีปราศรัยชั่วคราว เมื่อวันที่ 13 มี.ค.62 ว่า อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญนั้น

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ลงนามในคำสั่งที่ 660/2562 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว โดยมี นายประสงค์ คงเคารพธรรม รองผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา เป็นประธาน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบยังพบว่า นายฉันท์ แป้นเพชร นายอำเภอท่าตะเกียบ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติที่ที่ว่าการอำเภอท่าตะเกียบ แต่ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น โดยระบุว่า ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ตามระเบียบและข้อสั่งการของทางราชการ ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไร ซึ่งขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว จึงขอสงวนสิทธิไปชี้แจงต่อคณะกรรมการชุดดังกล่าว

 

ด้าน นายวิศิษฐ์ สินลือนาม ผู้อำนวยการเลือกตั้ง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 3 จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา ที่รับฟังและเข้าใจอุปสรรคปัญหาที่ โดยให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตามที่ผู้สมัคร ส.ส.ได้สะท้อนขึ้นไป 

 

อย่างไรก็ตาม ตนเพิ่งทราบจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานเลือกตั้งของพรรคว่า เพิ่งได้รับสำเนาหนังสือจาก นายอำเภอท่าตะเกียบ ลงวันที่ 12 มี.ค. ทางโทรสาร ระบุว่า อนุญาตให้ใช้สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเพิ่งปราศรัยหาเสียงในวันที่ 13 มี.ค. ตามที่ผู้สมัครเคยร้องขอไป โดยอ้างถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ให้หน่วยราชการต่างๆสนับสนุนกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการแจ้งเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ทำให้ไม่สามารถเตรียมเวทีปราศรัยได้ทันเวลา และต้องยืนยันใช้พื้นที่เอกชนปราศรัยเมื่อวันที่ 13 มี.ค. เนื่องจากผู้สมัครต้องแจ้งกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่วงหน้าว่าจะเปิดเวทีที่จุดใด ตามระเบียบของ กกต. ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ นายอำเภอ ควรจะทราบดี อีกทั้งยังมีในส่วนของการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่สนใจมาฟังปราศรัยได้รับทราบด้วย

 

นายวิศิษฐ์ กล่าวต่อว่า ข้ออ้างในหนังสืออนุญาตของนายอำเภอท่าตะเกียบนั้นขัดกับที่เคยอ้างในหนังสือปฏิเสธก่อนหน้านั้น ที่ยึดแนวนโยบายจากที่ประชุมสำนักงานเลขาธิการ คสช.เมื่อวันที่ 14 ม.ค.เท่านั้น ซึ่งรายละเอียดตรงนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 จ.ฉะเชิงเทรา ได้ประสานชี้แจงกับ นายฉันท์ ทางโทรศัพท์ด้วยตัวเองไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการพิจารณาทบทวน แสดงให้เห็นว่า นายฉันท์ ไม่ได้ติดตามและทำความเข้าใจข้อสั่งการต่างๆของรัฐบาล และคสช. ที่ออกมาหลายครั้งในการให้ส่วนราชการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองแต่อย่างใด

 

“ข้ออ้างของ นายอำเภอท่าตะเกียบ ที่ว่าได้ทำหน้าที่ตรงไปตรงมานั้น ต้องถามว่าเหตุใดจึงเปลี่ยนใจอนุญาต หลังที่ผู้สมัครร้องเรียนจนเป็นข่าวใหญ่ไปแล้ว อีกทั้งข้อสั่งการของราชการที่อ้างในหนังสือ 2 ฉบับก็เป็นคนละเรื่อง เป็นหลักฐานที่ยืนยันว่า นายฉันท์ ที่เป็นถึงนายอำเภอ เจ้าหน้าที่ปกครองระดับสูง กลับขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งยังขาดความรอบคอบในการปฏิบัติหน้าที่ ที่จะต้องศึกษาหรือหาข้อมูลที่ชัดเจนเสียก่อน จนน่ากังวลว่า จะทำให้ประชาชนสับสนในช่วงเลือกตั้ง ดังนั้นผู้ว่าฯฉะเชิงเทราควรที่จะพิจารณาย้าย นายฉันท์ ออกนอกพื้นที่ชั่วคราว จนกว่าการเลือกตั้งจะแล้วเสร็จด้วย” นายวิศิษฐ์ ระบุ