'บิ๊กฉัตร' มอบบัตรสมาร์ทการ์ดประจำตัวอสม.

19:01 14 มีนาคม 2562 358
อสม.ตรังเฮ! 'พล.อ.ฉัตรชัย' มอบบัตรสมาร์ทการ์ด พร้อมติดตามความคืบหน้าโครงการขยายผลธนาคารปูม้า

 

วันนี้( 14 มี.ค.62) ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดตรัง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามการพัฒนาศักยภาพ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)ให้กำลังใจการทำงานและมอบบัตร Smart card ให้แก่ชมรม อสม.จังหวัดตรังทั้ง10อำเภอ 

 

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาคุณภาพระบบบริการปฐมภูมิเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้รับบริการที่มีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ ลดความแออัดในโรงพยาบาลโดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบาง สร้างความเข็มแข็งของชุมชน เน้นการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาตามบริบทของพื้นที่สำหรับบัตร Smart card ที่มอบให้ในวันนี้เพื่อให้เป็นบัตรประจำตัวอสม. มีฐานข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลจากกรมบัญชีกลางเป็นทั้งบัตร ATM และบัตรชำระค่าบริการในร้านที่รองรับบัตรช่วยให้อสม.มีความสะดวก คล่องตัวมากขึ้น สร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ที่มีจิตอาสาช่วยเหลือดูแลด้านสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่และยังได้พัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลให้เป็นรพ.สต.ติดดาวเป็นนโยบายสำคัญภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ20ปีด้านสาธารณสุข เพื่อยกระดับหน่วยบริการระดับปฐมภูมิให้ได้มาตรฐาน5ดีได้แก่บริหารดีประสานงานดี ภาคีมีส่วนร่วมบุคลากรดี บริการดีและประชาชนมีสุขภาพดี 

 

จากนั้น ในช่วงบ่าย พล.อ.ฉัตรชัย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการส่งเสริมพัฒนาอาชีพประมงพื้นบ้านโดยการจับสัตว์น้ำ ในอำเภอกันตรัง โดยสำนักงานประมงจังหวัดตรังได้จัดทำโครงการการส่งเสริมพัฒนาอาชีพประมงพื้นบ้าน โดยการจับสัตว์น้ำจากการจัดทำซั้งเพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำให้กับกลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นด้านทะเลชายฝั่ง จำนวน 12 ชุมชน 15 แห่ง ในพื้นที่อำเภอกันตัง จำนวน 84 ลูก อำเภอสิเกา อำเภอปะเหลียน และอำเภอหาดสำราญ อำเภอละ 42 ลูก รวมจำนวนซั้งทั้งหมด 210 ลูก ในพื้นที่อำเภอกันตัง อำเภอสิเกา อำเภอปะเหลียน และอาเภอหาดสำราญ จ.ตรัง เพื่อสร้างจิตสานึกการอนุรักษ์สัตว์น้ำ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่ง และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงพื้นบ้านให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีชาวประมงพื้นบ้านที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 741 คน มีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนละ 100,000 - 150,000 บาท/ปี ขึ้นอยู่กับฤดูกาล

 

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า รัฐบาลมีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฏหมาย มากว่า 3 ปี จนนำมาซึ่งการปลดล็อคปัญหา IUU สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหาได้ผลสัมฤทธิ์ ทรัพยากรสัตว์น้ำกลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประมงพื้นบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่มากที่สุด รัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน และขอให้ชาวประมงพื้นบ้านมาขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประมงจังหวัดตรัง เพื่อป้องกันการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่ และทำประมงอย่างถูกกฎหมาย อีกทั้ง ยังขอให้ชาวประมงพื้นบ้านมีความภาคภูมิใจในการทำอาชีพประมงพื้นบ้าน ซึ่งทางภาครัฐ จะให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน ชาวประมงพื้นบ้าน ให้สามารถทำประมงตามกรอบที่กำหนด และขอความร่วมไม่ควรจับปลาในช่วงฤดูปลาวางไข่ เพราะจะส่งผลกระทบถึงพันธุ์น้ำในอนาคต