Scoop : ฟางเส้นสุดท้ายของ "โค้ชเบ๊"

17:44 8 มีนาคม 2562 692
สัปดาห์ชี้ชะตา โค้ชเบ๊ ว่าจะได้ไปต่อหรือพอแค่นี้ ?

เป็นอะไรที่ไม่น่าเชื่อเป็นอย่างยิ่งสำหรับฟอร์มของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่คุมทัพโดย "โค้ชเบ๊" ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก กุนซือมากประสบการณ์ชาวไทย หลังจากที่ออกสตาร์ท ศึกโตโยต้า ไทยลีก ในฤดูกาลนี้ด้วยการปราชัยทั้ง 2 นัด ทำให้ยังไม่มีคะแนน และรั้งรองบ๊วยของตารางคะแนนอยู่ในเวลานี้ ที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่านั้น คือฟอร์มการเล่นของทีม มันดูขาดๆเกินๆ ไปแทบทุกอย่าง ทั้งแนวรับ และแนวรุก จึงทำให้ยังไม่สามารถพังประตูคู่แข่งได้เลยตลอดสองนัดแรกที่ผ่านมา 

 

 

การตั้ง "โค้ชเบ๊" เข้ามาทำทีมในซีซั่นนี้ ก็เป็นอะไรที่แฟนบอลไม่ค่อยโอเคตั้งแต่เเรกอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นโค้ชที่มีโปรไฟล์ระดับกลาง ไม่เคยผ่านการคุมทีมใหญ่ ไม่มีผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอันที่ประสบความสำเร็จ จับต้องได้มาก่อนให้เห็น นอกจากพาทีมที่เคยคุมหนีตกชั้นได้เพียงอย่างเดียว ทำให้ถูกต้องคำถามขึ้นมาว่า มันจะตอบโจทย์หรือไม่กับการต้องมาบัญชาการทีมระดับลุ้นแชมป์ ที่เต็มไปด้วยนักเตะชื่อดังระดับทีมชาติแทบทั้งสิ้น ถ้าจะตัดสินกันตรงนี้แค่ 2 นัด ก็ต้องบอกเลยว่า โค้ชคนนี้สอบตกแบบติด F ไม่ต้องหาคำแก้ตัวเลยด้วยซ้ำ

 

ผมเป็นคนที่เข้าไปดู เมืองทอง ฯ เตะมาทั้ง 2 นัด และกล้าพูดเลยว่า "โค้ชเบ๊" สอบตกทั้งในเรื่องของการแก้เกม การเปลี่ยนตัวที่ค่อนข้างช้า รวมไปถึงการกระตุ้นนักเตะที่ข้างสนาม ปีนี้ แฟนบอล "กิเลนผยอง" ตั้งความหวังกับทีมไว้พอสมควร หลังจากที่ทีมไม่ได้เถลิงบัลลังก์แชมป์มาหลายปีแล้ว รวมถึงซีซั่นนี้ ทีมได้ ธีรศิลป์ แดงดา หัวหอกหมายเลข 1 ทีมชาติไทยกลับคืนสู่ทีม , ทั้งยังคว้า ดัง วาน ลัม นายทวารตัวเก่งชาวเวียดนาม , โอ บัน ซ็อค กองหลังดีกรีทีมชาติเกาหลีใต้ชุดใหญ่ และ อ่อง ทู กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวเมียนมาร์ เข้ามาสู่ทีม ผนึกกำลังกับตัวเด่นๆจากปีที่แล้วทั้ง เฮเบอร์ตี้ เฟร์นานเดซ , อดิศักดิ์ ไกรษร , สารัช อยู่เย็น และ ชารีล ชัปปุยส์ น่าจะทำให้ทีมกลมกล่อมและลงตัวเป็นอย่างยิ่ง เพราะ มีเวลาเตรียมทีมค่อนข้างเยอะมาก มีแมทช์อุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาลก็หลายนัด แต่ทำไมทีมถึงยังไม่สามารถเค้นฟอร์มที่ดีออกมาได้เลย 

 

 

การเปิดฤดูกาลด้วยการแพ้ พีที ประจวบ คาบ้าน 0-1 ก็ถือเป็นนัดแรกในประวัติศาสตร์ของทีมที่ออกสตาร์ทด้วยการแพ้ ซึ่งใครหลายคนคิดว่า ประจวบ คือของแสลงของ เมืองทอง ฯ ไปแล้ว เนื่องจากปีที่แล้วก้แพ้แบบเหย้า-เยือน แต่ในสัปดาห์ที่แล้ว ในการบุกไปแพ้ แบงค็อก ฯ ที่สนามธรรมศาสตร์ จริงอยู่ว่ามันก็สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะ "บียู" เป็นทีมเต็งอีกทีม ลงทุนเยอะ แต่พวกเขาก็ยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ รวมถึงฟอร์มก็ไม่ค่อยดีในช่วงที่ผ่านมา ทว่า "กิเลนผยอง" สู้ไม่ได้ทั้งรูปเกมและสกอร์ ซึ่งหลังจบเกมเฟซบุ๊กหลักของสโมสร เดือดยิ่งกว่าภูเขาไฟระเบิดเสียอีก ทั้งการขับไล่โค้ช การด่าทอสโมสร และ การต่อว่านักเตะที่เล่นห่วย 

 

 

ถ้าจะให้วิเคราะห์กันจริงๆ ก็คงจะบอกได้ว่าปัญหาหลักน่าจะมาจากการที่นักเตะยังเล่นกันไม่ค่อยรู้ใจเท่าไหร่ รวมถึงหลายๆคนฟอร์มห่วยอย่างน่าใจหาย ทั้ง ธีรศิลป์ แดงดา , อดิศักดิ์ ไกรษร และแบ็กขวาซ้ายของทีม ทั้ง ศุภนันท์ บุรีรัตน์ และ วีรวุฒิ กาเหย็ม ยังไม่ค่อยกล้าเล่น ทดแทนการจากไปของ ทริสตอง โด และ พีรพัฒน์ โน้ตชัยยา ไม่ได้เลย เกมรุกของทีมจะขึ้นบอล โดย เฮเบอร์ตี้ คนเดียวเท่านั้น ที่เป็นคนบงการเกมทุกอย่างของทีม ทำให้ตลอดสองนัดที่ผ่านมาโดนคู่แข่งประชิดตัวเร็ว และประกบแบบไม่ปล่อยให้มีพื้นที่ในการไปกับบอล จึงทำให้เขาแผลงฤทธิ์ไม่ออกเลย เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ส่งผลให้เกมรุกของเมืองทอง เป็นอัมพาตไปโดยทันตา 

 

 

สัปดาห์นี้เป็นเกมนัดที่ 3 เมืองทอง ฯ จะต้องเปิดบ้านดวลกับ เชียงใหม่ เอฟซี ทีมน้องใหม่ที่ยังไม่ชนะใครเช่นกัน โจทย์เดียวของ "กิเลนผยอง" และ โค้ชเบ๊ ก็คือ ต้องชนะให้ได้เท่านั้น เพราะถ้าเกมนี้ยังไม่ได้เฮอีก เชื่อเหลือเกิน สิ่งที่โค้ชคนนี้เคยพูดตอนได้รับการแต่งตั้งคุมทีมว่า "ผมขอเวลา 5 นัด ถ้าทีมไม่ดีขึ้น ไม่ต้องไล่ เดี๋ยวผมไปเอง" อาจจะจบตั้งแต่นัดที่ 3 อย่างจริงแท้และแน่นอน

 

 

ช่องทางติดตามข่าวกับสถานีข่าว TNN ช่อง16
Facebook>> TNNthailand
Twitter>> TNNthailand
Instagram>> TNNthailand
Youtube>> TNNthailand
Website>> www.TNNthailand.com

Add Line TNN official เพียงเสิร์ชหาไอดี @TNNthailand
หรือ คลิกที่นี่
 

เพิ่มเพื่อน