'มาสเตอร์เชฟ'แจง 'ดรามาปลากระเบน' ชี้มีขายทั่วไป

09:59 5 มีนาคม 2562 1,192
มาสเตอร์เชฟเจอดรามาหนักใช้ปลากระเบนทำอาหารออกรายการ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงมีขายทั่วไปไม่ใช่สัตว์ต้องห้าม ด้านผู้เชี่ยวชาญชี้แม้ไม่ใช่สัตว์สงวนแต่หายากแนะเลี่ยงจับมารับประทาน

วันนี้ ( 5 มี.ค. 62 ) เป็นประเด็นที่เป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม หลังรายการทำอาหารชื่อดังนำ 'กระเบน' มาใช้เป็นวัตถุดิบในรายการ ทำให้ถูกมองว่าเป็นการนำสัตว์น้ำใกล้สูญพันธ์ควรค่าอนุรักษ์มาใช้ประกอบอาหาร ล่าสุดมีการชี้แจงจากเจ้าของรายการว่ากระเบนที่นำมาใช้คือ กระเบนเนื้อดำ หรือ กระเบนค้างคาวซึ่งมีขายทั่วไปตามท้องตลาด

 

ทั้งนี้ มีการชี้แจงผ่านเพจ 'MasterChef Thailand - มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย' ระบุว่ากระเบนดังกล่าวคือ ปลายี่สน หรือ กระเบนเนื้อดำ หรือ กระเบนค้างคาว ถือเป็นวัตถุดิบพื้นบ้านที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารในหลากหลายเมนู อาทิ ปลายี่สนฟู กระเบนดำแดดเดียว ต้มยำเนื้อกระเบนดำ และโดยเฉพาะกระเบนหวาน ซึ่งมีขายแพร่หลายตามท้องตลาด รวมทั้งใน Website Shopping Online ทั่วไป อีกทั้งยังเป็นส่วนประกอบของอาหารไทย อาทิ ข้าวแช่โดยเป็นเครื่องข้าวแช่ที่เรียกว่า ปลายี่สนผัดหวาน ในปัจจุบันเมนูดังกล่าวยังติดอันดับ OTOP 5 ดาว ของจังหวัดเพชรบุรี อีกด้วย

 

ในความเป็นจริงแล้ว ปลายี่สน หรือ กระเบนเนื้อดำนี้ ได้ถูกนำเสนอในรายการอาหารทางโทรทัศน์หลากหลายช่องมาโดยตลอด รายการมาสเตอร์เชฟ ประเทศไทยมิใช่รายการแรกที่นำเสนอวัตถุดิบชนิดนี้ ทางรายการฯ มีจุดยืนในการนำเสนอวัฒนธรรมการรับประทานอาหารและให้ความรู้ด้านต่างๆ ในการประกอบอาหาร วัตถุดิบที่ใช้ในการถ่ายทำแต่ละครั้งคือวัตถุดิบทั่วไปที่ใช้ในการประกอบอาหารจริงและหาซื้อได้ในท้องตลาด ไม่มีนโยบายในการนำสัตว์ต้องห้ามมาเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร ดังนั้นหากมีวัตถุดิบพิเศษ ทางรายการจึงยึดพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เป็นบรรทัดฐานในการตรวจสอบทุกครั้ง

 

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ภาพกระเบนนกพร้อมข้อความผ่านเฟสบุ๊ก ว่า กระเบนนกเป็นชื่อเรียกของกระเบนในกลุ่มชนิดที่ปรากฎในภาพ บางคนบอกว่าเป็นชนิดที่พบในน่านน้ำไทยและรอบด้าน บางคนบอกว่าเป็นชนิดที่พบเฉพาะในแอตแลนติก แต่ชนิดหลังนี้ กรมประมงห้ามนำเข้า ซึ่งส่วนตัวไม่คิดว่าเป็นประเด็นสำคัญ เพราะทั้ง 2 ชนิดถูกจัดอยู่ในบัญชีแดง (Red List) ที่องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ไอยูซีเอ็น) ขึ้นสถานะ VU คือมีความเสี่ยงมากที่จะสูญพันธุ์ และทั้ง 2 ชนิดจัดอยู่ในสัตว์ที่มีปริมาณลดน้อยลง

 

 

 

นอกจากนี้ยังระบุว่า กระเบนที่รายการดังกล่าวนำมาใช้คือ กระเบนนก แม้ทางรายการจะชี้แจงว่า เป็น กระเบนค้างคาว แต่ถือว่าเป็นปลากระเบนกลุ่มชนิดเดียวกัน แม้ว่าใกล้สูญพันธุ์ แต่กฏหมายไทยยังไม่มีการคุ้มครองกระเบนนก และมองว่าการขึ้นทะเบียนหรือออกกฎหมายแต่ละเรื่องด้านคุ้มครองสัตว์ใกล้สูญพันธ์ ขั้นตอนดำเนินการใช้เวลานานและรายละเอียดมาก จนบางครั้งอาจไม่ทันกับการสูญพันธ์ของสัตว์เหล่านั้น

 

ขณะที่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยอมรับว่า การนำกระเบนนกมาทำอาหาร ไม่สามารถเอาผิดในแง่กฎหมายได้ เพราะแม้ว่ากระเบนนก จะเป็นสัตว์ทะเลหายากใกล้สูญพันธุ์ของโลก แต่ในไทยยังไม่ได้รับการประกาศเป็นสัตว์คุ้มครองในไทย โดยฝากเตือนหากเป็นไปได้จะต้องหลีกเลี่ยง และคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก หากเป็นไปได้อยากให้ทางรายการออกมาชี้แจงว่าที่มาของกระเบนนกว่ามาจากที่ไหน เพราะในท้องทะเลไทยกระเบนนก พบเฉพาะในพื้นคุ้มครอง และไม่พบเจอตัวได้ง่ายๆ อยากขอความร่วมมือประชาชน รวมทั้งผู้ทำรายการประเภทอาหาร ไม่ควรนำสัตว์ป่าหรือสัตว์หายากมาทำแบบนี้ เพราะสัตว์จะถูกรุกรานมากขึ้นจนเสี่ยงต่อการสูญพันธ์ุ