หุ้นปิดบวก0.41จุด ขานรับเงินบาทแข็งค่า

17:53 16 มกราคม 2562 590
ตลาดหลักทรัพย์ปิดที่ 1,577.41 จุด เพิ่มขึ้น 0.41 จุด มูลค่าการซื้อขาย 50,218.66 ล้านบาท ตลาดหุ้นไทยผันผวนระหว่างวัน แต่เงินบาทแข็งค่าทำให้ Fund Flow ไหลเข้า ขณะที่ธนาคารโลกมองเศรษฐกิจไทยยังเติบโต

 

วันนี้ (16 ม.ค. 62) ตลาดหลักทรัพย์ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,577.41 จุด เพิ่มขึ้น 0.41 จุด มูลค่าการซื้อขาย 50,218.66 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผย ตลาดหุ้นไทยวันนี้ผันผวนหลังดัชนีภาคเช้าส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบก่อนจะกลับมายืนในแดนบวกได้หลังจากที่ธนาคารโลกคงอัตราเติบโต GDP ไทยปี 61 ที่ 4.1%,ปี 62 คาดโต 3.8% และปี 63 คาดโต 3.9% ชะลอตัวเช่นเดียวกับประเทศอื่น แต่ไทยมีตัวช่วยจากการลงทุน-การบริโภคในประเทศ ทำให้รับผลกระทบจากสงครามการค้าค่อนข้างน้อย 

 

นอกจากนี้ เงินบาทแข็งค่าทำให้ Fund Flow ไหลเข้าและยังเป็นบวกต่อกลุ่มปิโตรฯ-น้ำมัน-ไฟฟ้า ทำให้บ่ายนี้เริ่มเห็นการดีดตัวขึ้นมาของหุ้นเหล่านี้ ซึ่งเงินบาทแข็งค่าก็เป็น Sentiment บวกให้กับตลาดฯ ด้านตลาดภูมิภาคแกว่งทั้งในแดนบวก-ลบ ขณะที่ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สอยู่ในแดนบวก พรุ่งนี้ (15 ม.ค.) ตลาดฯคงอยู่ในลักษณะเทรดดิ้งเพื่อรอปัจจัยใหม่เข้ามา พร้อมให้แนวรับ 1,565 แนวต้าน 1,595 จุด

 

ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,577.41 จุด เพิ่มขึ้น 0.41 จุด (+0.03%) มูลค่าการซื้อขาย 50,218.66 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยดัชนีฯแตะจุดสูงสุดที่ 1,582.44 จุด และแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,565.48 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 454 หลักทรัพย์ ลดลง 787 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 445 หลักทรัพย์

 

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ผันผวน นักลงทุนซื้อขายหุ้นสลับตัวเล่นไป-มาเนื่องจากยังไม่มีปัจจัยอะไรเป็นพิเศษ ขณะเดียวกัน ต่างกรอความชัดเจนในเรื่องการเลือกตั้งอยู่ ส่วนปัจจัยนอกประเทศก็ยังไม่บ่งชี้ชัด โดยการที่รัฐสภาอังกฤษลงคะแนนเสียงคว่ำร่างข้อตกลงการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ไม่ได้มีผลต่อตลาดมาก ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจของจีนที่ออกมาไม่ค่อยดีมากนักก่อนหน้านี้ก็เริ่มเห็นว่าทางการจีนเตรียมที่จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดต่างรอดูความชัดเจนจากเรื่องนี้

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายนี้มีข่าวทางธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้คงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 61 ไว้ที่ 4.1% แต่ในปี 62 โต 3.8% และปี 63 โต 3.9% ซึ่งเป็นการเติบโตที่ชะลอตัวลง และทุกประเทศก็อยู่ในลักษณะเดียวกัน แต่ไทยยังมีตัวช่วยในเรื่องการลงทุน และการบริโภคภายในประเทศ ทำให้น่าจะได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยจากสงครามการค้า

 

นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่าเงินบาทแข็งค่าส่งผลให้ Fund Flow ไหลเข้ามาในตลาดบอนด์ และเป็นบวกต่อธุรกิจปิโตรเคมี, น้ำมัน และไฟฟ้า ที่มีการเงินกู้ในรูปเงินดอลลาร์ฯอยู่มาก ซึ่งจะเห็นได้ว่าหุ้นในกลุ่มปิโตรฯ, น้ำมัน และไฟฟ้า ได้ขยับขึ้นในช่วงบ่ายนี้ด้วย แต่พวกกลุ่มส่งออกจะได้รับผลกระทบจากรายได้ที่หดลง อย่างกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ซึ่งการที่เงินบาทแข็งค่าจะเป็น Senitment บวกต่อตลาดฯด้วย

 

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบคละกัน ขณะที่ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สอยู่ในแดนบวก

 

แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (17 ม.ค.) นายมงคล กล่าวว่า ตลาดฯคงจะอยู่ในลักษณะของการเล่นเทรดดิ้งเพื่อรอปัจจัยใหม่เข้ามา พร้อมให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์, ติดตามความคืบหน้าการเลือกตั้ง, ติดตามเรื่องของ Brexit และทิศทางราคาน้ำมัน พร้อมให้แนวรับ 1,565 จุด ส่วนแนวต้าน 1,595 จุด

 

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,391.76 ล้านบาท ปิดที่ 47.50 บาท ลดลง 0.25 บาท

IVL มูลค่าการซื้อขาย 3,330.40 ล้านบาท ปิดที่ 48.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

CPALL มูลค่าการซื้อขาย 2,171.45 ล้านบาท ปิดที่ 74.25 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

TRUE มูลค่าการซื้อขาย 2,090.05 ล้านบาท ปิดที่ 4.60 บาท ลดลง 0.16 บาท

AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,034.27 ล้านบาท ปิดที่ 67.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท