ปัตตานี-เมืองคอนเร่งอพยพ ปชช.หนีพายุปาบึก

13:13 3 มกราคม 2562 498
นายอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานีสั่งอพยพด่วน 2 หมู่บ้านหนีพายุโซนร้อนปาบึก ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารในจังหวัดนครศรีธรรมราชเร่งขนย้ายผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่ริมทะเลไปยังศูนย์อพยพชั่วคราว

 

วันนี้ (3 ม.ค. 62) ทหารจากกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 เข้าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลทุ่งใส อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อไปอยู่ที่ศูนย์อพยพชั่วคราวภายในค่ายฝึกรบพิเศษสิชล โดยหมู่บ้านแห่งนี้มีประชากรจำนวน 2,400 คน แต่ในเบื้องต้นได้อพยพชาวไทยจำนวน 600 คนและชาวเมียนมาอีก 200 คนออกจากพื้นที่ก่อน เนื่องจากที่พักอยู่ในจุดเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “ปาบึก”

 

สำหรับศูนย์อพยพที่ทางจังหวัดจัดเตรียมไว้มีจำนวน 190 แห่ง สามารถรองรับคนได้ 86,000 คน โดยเฉพาะอำเภอที่อยู่ติดชายทะเลมีศูนย์อพยพทั้งหมด 53 แห่ง รองรับผู้อพยพได้ 34,400 คน และขณะนี้ได้มีประกาศให้เรือทุกชนิดห้ามออกจากฝั่งโดยเด็ดขาดตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 5 ม.ค.นี้

 

 

 

ขณะที่จังหวัดปัตตานี เช้าวันนี้นายเอก ยังอภัยย์ ณ อยุธยา นายอำเภอหนองจิก ได้ลงพื้นที่หมู่ 1 หมู่ 2 ตำบลบางตาวาเพื่ออพยพประชาชนออกจากพื้นที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงและเคยเกิดพายุถล่มคลื่นซัดเข้าหาฝั่งจนเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2553 ทำให้บ้านเรือนเสียหายกว่า 500 หลังคาเรือน โดยมีกำลังทหารจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ตำรวจภูธรหนองจิกและอาสาสมัครกว่า 100 นาย กระจายกำลังไปตามบ้านเรือนประชาชนเพื่อทำความเข้าใจและจัดระเบียบการเคลื่อนย้าย

 

เบื้องต้น ได้นำผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เป็นอันดับแรก จากนั้นทยอยนำประชาชนและทรัทย์สินบางส่วนออกมา โดยมีรถบรรทุกสิบล้อกว่า 10 คันลำเลียงไปที่โรงเรียนปทุมคงคาซึ่งตั้งขึ้นเป็นศูนย์อพยพชั่วคราว โดยล่าสุด สภาพอากาศมืดคลึ้มและมีฝนตกทั่วทั้ง 12 อำเภอแล้วขณะที่ทะเลมีคลื่นสูง 3-4 เมตร และมีรายงานว่าหลายอำเภอที่อยู่ติดชายฝั่งเริ่มเตรียมพร้อมที่จะอพยพประชาชนออกจากพื้นที่แล้ว

 

 

 

ส่วนที่ชุมชนชาวเล บ้านหาดแก้ว อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เริ่มขนย้ายข้าวของออกจากบ้านพักริมทะเลไปเก็บไว้ที่อื่นชั่วคราว เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึกที่เคลื่อนเข้าอ่าวไทย โดยขณะนี้เริ่มมีฝนตกและคลื่นลมแรง ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้ต้องเผชิญกับคลื่นลมแรงในหน้ามรสุมทุกปี ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย ชาวบ้านจึงกังวลว่าพายุโซนร้อนปาบึกจะสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่


ด้านชาวประมงในพื้นที่อีกราว 10 ครอบครัวเริ่มเก็บเรือเก็บอวนขึ้นฝั่งและเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยนายอุดม เอมโกศา อายุ 62 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนเองได้ขนอุปกรณ์ขึ้นจากเรือหมดแล้ว เพื่อป้องกันคลื่นซัดและกำลังรอดูสถานการณ์หากคลื่นแรงหรือน้ำทะเลหนุนก็พร้อมจะอพยพทันที

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ส่งเจ้าหน้าที่จำนวน 38 นายพร้อมอุปกรณ์ให้การช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นรถเครนขนาดใหญ่,รถขุดไฮโครลิค,รถผลิตไฟฟ้า,รถไฟฟ้าส่องสว่าง,รถผลิตน้ำดื่ม,รถปฎิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย,รถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว,รถบรรทุกเครื่องสูบน้ำระยะไกล,เรือท้องแบน,เรือยนต์กู้ภัย และรถยนต์ตรวจการณ์ไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยในจังหวัดสุราษฎร์ธานี,นครศรีธรรมราช และพัทลุง เพื่อเตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน โดยทางจังหวัดได้ประกาศให้เรืองดออกจากฝั่งแล้วไม่ว่าจะเป็นเรือประมงชายฝั่ง,เรือประมง,เรือสปีดโบด หรือเรือนำเที่ยว ส่วนเรือเฟอร์รี่ที่รับ-ส่งผู้โดยสารจากอำเภอดอนสักไปยังเกาะสมุยนั้น ล่าสุดบริษัทราชาเฟอร์รี่ได้ประกาศหยุดให้บริการวันนี้ 1 เที่ยว คือที่จะออกจากท่าเรือในเวลา 22.30 น. ส่วนในวันที่ 4 ม.ค.งดให้บริการทุกเที่ยวตลอดทั้งวัน และวันที่ 5 ม.ค. งดให้บริการตั้งแต่เวลา 05.00-10.00 น.

 

ทั้งนี้ ชาวประมงในชุมชนบ้านหัวถนน ตำบลมะเร็ต อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เริ่มวิตกกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนปาบึกซึ่งจะพัดผ่านเกาะสมุยในวันนี้ จึงเร่งนำเรือมาไว้ในที่ปลอดภัย พร้อมตักทรายใส่กระสอบ เพื่อเตรียมนำไปกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน โดยชุมชนบ้านหัวถนนแห่งนี้ มีชาวประมงอาศัยอยู่ประมาณ 300 ครัวเรือนที่ผ่านมา ซึ่งหากเกิดพายุหรือมีคลื่นลมแรงชุมชนถนนแห่งนี้จะรับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

 

 

ช่องทางติดตามข่าวกับสถานีข่าว TNN24 ช่อง16 
Facebook: https://www.facebook.com/TNN24 
Twitter :https://twitter.com/tnnthailand 
Instagram :https://www.instagram.com/tnnthailand
Youtube :https://www.youtube.com/tnn24official 
Website :http://www.tnnthailand.com

Add Line TNN24 official เพียงเสิร์ชหาไอดี @TNN24 
หรือ คลิกที่นี่!!

เพิ่มเพื่อน