ดาวโจนส์ทะยานพุ่ง287.97จุด นลท.ขานรับข่าวสงบศึกการค้า

09:15 4 ธันวาคม 2561 759
ดาวโจนส์ปิดที่ 25,826.43 จุด พุ่งขึ้น 287.97 จุด นักลงทุนขานรับข่าวผู้นำสหรัฐฯและจีนยุติข้อพิพาทการค้าชั่วคราว หนุนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ

 

วันนี้ (4 ธ.ค. 61) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวผู้นำสหรัฐฯและจีนที่บรรลุข้อตกลงยุติข้อพิพาทการค้าชั่วคราว โดยปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมซึ่งมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ ขณะที่หุ้นกลุ่มรถยนต์พุ่งขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า จีนได้ตกลงที่จะ "ลดและยกเลิก" การเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหรัฐ ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นเกือบ 4% นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนดัชนี Nasdaq ปิดตลาดทะยานขึ้นกว่า 100 จุด

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,826.43 จุด พุ่งขึ้น 287.97 จุด หรือ +1.13% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,790.37 จุด เพิ่มขึ้น 30.20 จุด หรือ +1.09% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,441.51 จุด พุ่งขึ้น 110.98 จุด หรือ +1.51%

 

ขณะที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นอย่างคึกคักในการซื้อขายวันแรกของเดือนธ.ค. เนื่องจากความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเริ่มคลี่คลายลง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เห็นพ้องกันให้เลื่อนกำหนดเวลาที่สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อการนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ออกไปอีก 90 วัน จากกำหนดเดิมในวันที่ 1 ม.ค.2562 เพื่อเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายได้เดินหน้าเจรจายุติข้อพิพาทการค้าระหว่างกัน นอกจากนี้ จีนยังให้คำมั่นว่าจะสั่งซื้อสินค้าจากสหรัฐ ทั้งผลิตภัณฑ์จากภาคการเกษตร, พลังงาน, สินค้าอุตสาหกรรม และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก

 

ด้านนายแลร์รี่ คุดโลว์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาวได้แสดงความเชื่อมั่นว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐและจีนเพื่อแก้ไขข้อพิพาททางการค้าจะให้ผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว โดยอาจประสบความสำเร็จภายในช่วงเวลา 90 วันที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ นายคุดโลว์ระบุว่า จะมีการปรับลดอัตราภาษีสินค้าเกษตรและพลังงาน และจะมีการยกเลิกอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีต่อบริษัทสหรัฐในจีน รวมทั้งจะมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และการถ่ายโอนเทคโนโลยี

 

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ (3 ธ.ค.) สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐดีดตัวสู่ระดับ 59.3 ในเดือนพ.ย. โดยสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 57.8 หลังจากแตะระดับ 57.7 ในเดือนต.ค.

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลภาคการผลิตของ ISM สวนทางกับที่ไอเอชเอส มาร์กิต รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 55.3 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 55.7 ในเดือนต.ค.

 

ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างปรับตัวลง 0.1% ในเดือนต.ค. ซึ่งลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนต.ค.

 

ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนพ.ย.จาก ADP,ผลิตภาพ-ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยไตรมาส 3/2561, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนพ.ย.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคบริการเดือนพ.ย. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ดุลการค้าเดือนต.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนต.ค., ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ย., สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนต.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนธ.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

 

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯจะปิดทำการซื้อขายในวันพุธที่ 5 ธ.ค.นี้ เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่นายจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีคนที่ 41 ของสหรัฐ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมในวัย 94 ปี เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 30 พ.ย.ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐ

 

ช่องทางติดตามข่าวกับสถานีข่าว TNN24 ช่อง16 
Facebook: https://www.facebook.com/TNN24 
Twitter :https://twitter.com/tnnthailand 
Instagram :https://www.instagram.com/tnnthailand
Youtube :https://www.youtube.com/tnn24official 
Website :http://www.tnnthailand.com

Add Line TNN24 official เพียงเสิร์ชหาไอดี @TNN24 
หรือ คลิกที่นี่!!

เพิ่มเพื่อน