จับตาแจกเงินอุ้มคนจนไม่อั้นสะเทือนงบฉุกเฉินปี62

15:57 24 พฤศจิกายน 2561 1,108
จับตาเงินอัดฉีดผู้มีรายได้น้อย-เกษตรกร และข้าราชการกว่า 8 หมื่นล้านบาท สะเทือนงบกลางปี แสนล้านบาท เหลือไม่เพียงพอใช้ยามฉุกเฉิน

 

 

หลังจากตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจไตรมาส 3 ปีนี้ออกมาชะลอตัวลงจาก 4.6% ไตรมาสก่อนเหลือเพียง 3.3% จากผลกระทบของการส่งออกที่ชะลอตัวจากสงครามการค้าและการท่องเที่ยวที่กระทบจากทัวร์จีนลดลง ช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูงรัฐบาลจึงจำต้องเร่งกระตุ้นการใช้จ่ายและผักดันการลงทุนในประเทศ

 

ล่าสุดจึงคลอดมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนครอบคลุมแทบทุกกลุ่มโดยทุ่มงบประมาณกว่า 8 หมื่นล้านบาททั้งช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการรัฐ 14.5 ล้านรายด้วยการแจกเงินไปใช้จ่ายช่วงปีใหม่คนละ 500 บาท แถมยังช่วยจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟนาน 10 เดือนไม่เกินที่กำหนด อุดหนุนค่าเดินทางให้ผู้สูงอายุไปรักษาพยาบาลคนละ 1,000 บาท และช่วยค่าเช่าบ้านเดือนละ 400 บาท รวมส่วนนี้ใช้งบราว 38,730 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ยังมีโครงการช่วยเกษตรกรชาวสวนยางใช้งบอีกว่า 18,604 ล้านบาท  เพิ่มเบี้ยหวัดบำนาญให้ข้าราชการเกษียณกลุ่มที่ได้รับเงินน้อยกว่าเดือนละ 10,000 บาทกว่า 52,736 คน ใช้งบราว 559 ล้านบาทต่อปีและกลุ่มที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปขยายเพดานเงินบำเหน็จดำรงชีพเพิ่มอีก 100,000 บาท มีผู้ได้รับประโยชน์ 155,094 ราย ใช้เงินราว 24,700 ล้านบาท

 

ทำให้ลายฝ่ายมองว่ารัฐบาลใช้วิธีการแจกเงินหรือนโยบายประชานิยมเพื่อหวังผลทางการเมืองไม่ต่างจากรัฐบาลอื่นๆ  และอาจสร้างภาระผูกพันธ์งบประมาณในอนาคตไว้สูงเกินไปจนเป็นภาระทางการคลัง ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกรัฐนตรี ชี้แจงว่ารัฐบาลจำเป็นต้องดูแลกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ให้การช่วยเหลือได้ตรงจุดพร้อมยืนยันว่าไม่กระทบงบประมาณเพราะกระทรวงการคลังพิจารณาการใช้เงินอย่างรอบครอบขณะที่สำนักงบประมาณจัดสรรเงินให้กองทุนประชารัฐไว้พร้อมแล้ว

 

แม้รัฐบาลและกระทรวงการคลังจะยอมรับว่ารัฐบาลมีเงินจำกัดจึงต้องช่วยเหลือเท่าที่จำเป็นและบรรเทาความเดือดร้อนได้เพียงบางส่วนเท่านั้นจึงมีทั้งการให้เงินครั้งเดียวและบางส่วนมีผลถึงกัรยายน ปี 2562 แต่การทุ่มงบซื้อใจประชาชนและกลุ่มฐานรากครั้งนี้แม้จะใช้เงินกองทุนประชารัฐที่มีกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท และจะเพิ่มเป็นแสนล้านบาทในอนาคตเพื่อให้เพียงพอนั้นหากย้อนไปดูงบกลางของปี 2562 มีเงินอยู่เพียง 1.02 แสนล้านบาท จึงต้องจับตาว่ารัฐบาลที่เข้ามาใหม่จะแก้ปัญหาอย่างไรหากเงินงบประมาณไม่เพียงพอนำมาใช้จ่ายและบริหารประเทศในยามฉุกเฉิน