หุ้นไทยบวก6.00จุด รีบาวด์หลังผลเลือกตั้งสหรัฐฯ

17:51 7 พฤศจิกายน 2561 815
ภาวะตลาดหุ้นไทยปิดบวก6.00จุด รีบาวด์หลังผลเลือกตั้งสหรัฐฯเบื้องต้นเป็นไปตามผลโพลล์-หนุนเงินในเอเชียกลับมาแข็งค่า

วันนี้(7พ.ย.61)ตลาดหุ้นไทยปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,675.33 จุด เพิ่มขึ้น 6.00 จุด (+0.36%) มูลค่าการซื้อขาย 50,638.61 ล้านบาท  นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยในช่วงท้ายตลาดรีบาวด์กลับขึ้นมาได้หลังร่วงไปกว่า 10 จุด หลังผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯออกมาอย่างไม่เป็นทางการพบว่าเป็นไปตามผลโพลล์ ที่พรรคเดโมแครตคว้าเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินงานของ"ทรัมป์"จะได้รับการตรวจสอบมากขึ้น และค่าเงินใน Emerging Market กลับมาแข็งค่าขึ้นทุกประเทศจากก่อนหน้านี้ที่อ่อนค่าลง จึงมีแนวโน้มที่ Fund Flow จะไหลกลับมาใน Emerging Market ได้บ้าง พร้อมให้ติดตามการประชุมเฟด 7-8 พ.ย.นี้ คาดไม่ขึ้นดอกเบี้ย พรุ่งนี้ตลาดฯยังมีโมเมนตัมที่ดูดี โดยมีแนวรับ 1,665 แนวต้าน 1,687 จุด
 

ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,675.33 จุด เพิ่มขึ้น 6.00 จุด (+0.36%) มูลค่าการซื้อขาย 50,638.61 ล้านบาท

 

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยดัชนีฯแตะจุดสูงสุดที่ 1,676.09 จุด และแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,656.51 จุด   

 

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 568 หลักทรัพย์ ลดลง 815 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 443 หลักทรัพย์

 

นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า หุ้นไทยในช่วงท้ายตลาดฯรีบาวด์กลับขึ้นมา หลังจากที่ปรับตัวลงไปกว่า 10 จุดในช่วงต้นภาคบ่าย เนื่องจากรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯที่ออกมาตามผลโพลล์ ที่พรรคเดโมแครตคว้าเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้ค่าเงินใน Emerging Market กลับมาแข็งค่าขึ้นทุกประเทศจากก่อนหน้านี้ที่อ่อนค่าลง

ทั้งนี้ การที่พรรคเดโมแครตคว้าเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้ จะทำให้การดำเนินการของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่มาจากพรรครีพับลิกัน จะได้รับการตรวจสอบมากขึ้น นับเป็นการถ่วงดุลอำนาจระหว่างกัน โดยอาจจะมีการตรวจสอบถึงเรื่องระหว่างรัฐบาลกับรัสเซีย, "ทรัมป์"กับซาอุดิอาระเบีย รวมถึงการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน เป็นต้น

 อย่างไรก็ดีจะต้องติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 7-8 พ.ย.นี้ ซึ่งก็คาดว่าจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และมีแนวโน้มที่ Fund Flow อาจจะไหลกลับมาใน Emerging Market ได้บ้างจากค่าเงินที่แข็งค่าขึ้น

 ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ส่วนใหญ่จะติดลบ เนื่องจากหลายตลาดในภูมิภาคได้ปิดทำการก่อนตลาดบ้านเราแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (8 พ.ย.) นายศราวุธ กล่าวว่า ตลาดฯยังมีโมเมนตัมที่ดูดี พร้อมให้แนวรับ 1,665 จุด ส่วนแนวต้าน 1,687 จุด 

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่            

ADVANC  มูลค่าการซื้อขาย 3,519.96 ล้านบาท ปิดที่ 184.00 บาท  เพิ่มขึ้น 2.50 บาท

PTT     มูลค่าการซื้อขาย 3,065.50 ล้านบาท ปิดที่  50.25 บาท  เพิ่มขึ้น 0.50 บาท 

PTTEP   มูลค่าการซื้อขาย 1,968.37 ล้านบาท ปิดที่ 138.00 บาท  ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

CPALL   มูลค่าการซื้อขาย 1,928.31 ล้านบาท ปิดที่  67.75 บาท  ลดลง  0.50 บาท

AOT     มูลค่าการซื้อขาย 1,783.59 ล้านบาท ปิดที่  65.00 บาท  ลดลง  0.25