ดาวโจนส์ทะยานพุ่ง173.31จุด นลท.จับตาผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ

08:40 7 พฤศจิกายน 2561 1,127
ดาวโจนส์ปิดที่ 25,635.01 จุด เพิ่มขึ้น 173.31 จุด ตลาดจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ด้านน้ำมันดิบลดลง 89 เซนต์ ปิดที่ 62.21 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังสหรัฐฯผ่อนผันให้ 8 ประเทศยังสามารถนำเข้าน้ำมันอิหร่านต่อได้

 

วันนี้ (7 พ.ย. 61) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (6 พ.ย.) ก่อนที่ตลาดจะรู้ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนคาดหวังว่าผลการเลือกตั้งในครั้งนี้จะช่วยให้ตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับทิศทางการเมืองในสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงมติการประชุมในวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐฯ

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,635.01 จุด พุ่งขึ้น 173.31 จุด หรือ +0.68% ขณะที่ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 2,755.45 จุด เพิ่มขึ้น 17.14 จุด หรือ +0.63% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,375.96 จุด เพิ่มขึ้น 47.11 จุด หรือ +0.64%

 

นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯทั้งสภาจำนวน 435 คน ขณะที่เลือกสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 35 คนจากทั้งหมด 100 คน รวมทั้งเลือกผู้ว่าการรัฐ 36 รัฐจากทั้งหมด 50 รัฐ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า พรรคเดโมแครตจะสามารถครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนพรรครีพับลิกันครองเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภา ซึ่งหากผลการเลือกตั้งออกมาตามคาด ก็จะเป็นผลบวกต่อตลาดหุ้น

 

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังมองว่า หากพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากได้ทั้ง 2 สภาจะทำให้ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากจะทำให้รัฐบาลมีแนวโน้มออกมาตรการปรับลดอัตราภาษีต่อไป แต่หากพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา จะทำให้ตลาดหุ้นถูกกดดัน เนื่องจากจะทำให้การผ่านนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของปธน.ทรัมป์เป็นไปอย่างลำบาก

 

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 7-8 พ.ย.นี้ โดยมีการคาดการณ์ว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ก่อนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 4 ในปีนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้เช่นกัน ซึ่งได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต.ค.,ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนพ.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.ย.

 

ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 พ.ย.) หลังจากสหรัฐฯประกาศผ่อนผันให้ 8 ประเทศซึ่งรวมถึง จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ยังคงสามารถนำเข้าน้ำมันอิหร่านต่อไป นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกกังวลเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นของรัสเซีย สหรัฐ และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)

 

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 89 เซนต์ หรือ 1.4% ปิดที่ 62.21 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 1.04 ดอลลาร์ หรือ 1.4% ปิดที่ 72.13 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดตลาดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 7 เมื่อคืนนี้ ซึ่งเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2560 หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯประกาศรายชื่อ 8 ประเทศที่ได้รับการผ่อนผันให้ยังคงสามารถนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านได้ ขณะที่มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย.นี้

 

โดยสหรัฐฯได้บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ซึ่งมีผลกับภาคธุรกิจพลังงาน ธนาคาร การต่อเรือ และการขนส่งทางเรือ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะกดดันให้อิหร่านยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ และขีปนาวุธ รวมทั้งยุติการสนับสนุนต่อกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง

 

นอกจากนี้ สหรัฐฯยังเรียกร้องให้ประเทศต่างๆระงับการซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านโดยสิ้นเชิงภายในวันที่ 4 พ.ย. มิฉะนั้นจะถูกสหรัฐฯทำการคว่ำบาตร ซึ่งวันที่ 4 พ.ย.ถือเป็นวันครบกำหนด 180 วันนับจากวันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านในเดือนพ.ค. และจะทำให้เขาสามารถออกคำสั่งคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหม่

 

อย่างไรก็ตาม นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในการแถลงข่าวพร้อมกับนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐฯว่า ประเทศที่ได้รับการผ่อนผันจากมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินเดีย อิตาลี กรีซ และ ตุรกี โดยสหรัฐฯผ่อนผันให้ 8 ประเทศยังคงสามารถสั่งซื้อน้ำมันอิหร่านหลังจากวันที่ 4 พ.ย. และให้ทยอยลดการนำเข้าน้ำมัน

 

ขณะที่ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำมันในตลาด โดยรัสเซียเพิ่มกำลังการผลิตสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงหลังยุคโซเวียตรัสเซีย ด้านสหรัฐฯเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบสูงกว่า 11 ล้านบาร์เรล/วัน และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เพิ่มการผลิตน้ำมันในเดือนต.ค.มากกว่าปริมาณน้ำมันที่ขาดหายไปจากอิหร่าน

 

ทั้งนี้ นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐฯ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันนี้ เวลา 22.30 น.ตามเวลาในไทย

 

ช่องทางติดตามข่าวกับสถานีข่าว TNN24 ช่อง16 
Facebook: https://www.facebook.com/TNN24 
Twitter :https://twitter.com/tnnthailand 
Instagram :https://www.instagram.com/tnnthailand
Youtube :https://www.youtube.com/tnn24official 
Website :http://www.tnnthailand.com

Add Line TNN24 official เพียงเสิร์ชหาไอดี @TNN24 
หรือ คลิกที่นี่!!

เพิ่มเพื่อน