คุก2ปี! 'จ่าประสิทธิ์'มีเสื้อเกราะโดยไม่ได้รับอนุญาต

11:28 30 ตุลาคม 2561 737
ศาลพิพากษาจำคุก2ปี 'จ.ส.ต.ประสิทธิ์' คดีมีเสื้อเกราะกันกระสุน-หมวกนิรภัยโดยไม่ได้รับอนุญาต ในเหตุการณ์ชุมนุมนปช.เมื่อปี53

 


วันนี้( 30 ต.ค.61) เมื่อเวลา 09.50 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ พร้อมครอบครัว ได้เดินทางมาศาล เพื่อฟังคำพิพากษาคดีดำอ.1937/60 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อายุ 53 ปี อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และ แนวร่วม นปช. เป็นจำเลยฐานกระทำผิด พ.ร.บเครื่องยุทธภัณท์ พ.ศ.2530 มาตรา 4,15,42 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 ห้องพิจารณา 714 

 

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2553 เจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถจำเลย พบมีเสื้อเกราะกันกระสุนและหมวกนิรภัยปราบจราจล ซึ่งเป็นเครื่องยุทธภัณฑ์โดยมิได้รับอนุญาต ที่สูญหายไปเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 ในเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าทหารปฏิบัติการสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. และขณะที่ ส.อ.ชนะยุทธ คมสาคร สังกัดกองทัพภาค 1 กำลังปฏิบัติหน้าที่ ได้มีคนร้ายมากกว่า 3 คนขึ้นไปร่วมกันใช้คันธงยาว 1 เมตรตีประทุษร้ายและแย่งชิงหมวกนิรภัยปราบจลาจลราคา 3,745 บาท ที่ ส.อ.ชนะยุทธ ครอบครองที่ศีรษะไปโดยทุจริต เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กาย เหตุเกิดที่แขวง - เขตดุสิต กทม. และที่อื่นเกี่ยวพันกัน โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว

 

โดย จ.ส.ต.ประสิทธิ์ กล่าวก่อนขึ้นศาลว่า ในคดีนี้ทาง ดีเอสไอ ตั้งข้อหาปล้นตนกับพวก รวม 4 คนแต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง สุดท้ายอัยการก็มาสั่งฟ้องตนคนเดี่ยวในข้อหา “มียุทธภัณฑ์ทางการทหารไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต” ซึ่งในวันนี้ศาลได้นัดตัดสินในคดี และตนเองได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 3 แสน มาเพื่อยื่นขอประกันปล่อยตัวชั่วคราวด้วย

 

เมื่อถึงเวลาศาลได้พิเคราะห์แล้ว พยานโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ เบิกความสอดคล้องกันมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ส่วนที่จำเลยอ้างว่าไม่ทราบว่าของกลางอยู่ในรถของจำเลย เนื่องจากได้นำของกลางไปประกาศหาเจ้าของบนเวทีแล้ว และต่อมาการ์ด นปช. ได้นำของกลางไปใส่ไว้ท้ายรถจำเลย แล้วจำเลยขับออกไปโดยไม่ทราบ เป็นการง่ายต่อการอ้าง และพยานหลักฐานจำเลยยังมีข้อพิรุธ จึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ พิพากษาให้จำคุกจำเลยฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 เป็นเวลา 1 ปี และจำคุกฐานกระทำผิด พ.ร.บ.เครื่องยุทธภัณท์ พ.ศ.2530 เป็นเวลา 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี

 

หลังศาลมีคำพิพากษา จ.ส.ต.ประสิทธิ์ จำเลย เตรียมหลักทรัพย์ยื่นประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป