“อันวาร์ อิบราฮิม”ชนะเลือกตั้งซ่อม หวนสู่การเมืองมาเลเซีย

16:45 14 ตุลาคม 2561 2,780
“อันวาร์ อิบราฮิม” ชนะการเลือกตั้งซ่อมเขตเลือกตั้งเมืองพอร์ตดิกสัน หวนคืนสู่การเมืองเพื่อเตรียมตัวเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียคนต่อไป

 

วันนี้ (14 ต.ค. 61) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้สมัครจากปากาตัน ฮาราปัน (พีเคอาร์) ซึ่งเป็นพรรคแนวร่วมฝ่ายรัฐบาล ชนะการเลือกตั้งซ่อมเขตเลือกตั้งเมืองพอร์ตดิกสัน รัฐเน-กรีเซมบิลัน เมื่อวานนี้ (13 ต.ค.) ด้วยคะแนนทิ้งห่างผู้สมัครคนอีก 6 คน โดยนายอันวาร์ได้คะแนนร้อยละ 71 คือ 31,016 คะแนน และผู้สมัครที่มีคะแนนรองจากเขาได้ 7,456 คะแนน

 

ชัยชนะครั้งนี้ จะทำให้นายอันวาร์ ซึ่งต้องโทษในเรือนจำมานานหลายปีได้หวนคืนสู่วงการเมืองอีกครั้ง และคืบใกล้สู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียตามที่นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันสัญญาว่าจะส่งมอบตำแหน่งนี้ให้กับเขาภายใน 2 ปีที่นายมหาเธร์เข้าบริหารประเทศ

 

ขณะที่นายอันวาร์และนายมหาเธร์ได้ยุติความบาดหมางระหว่างกัน และหันมาจับมือสู้ศึกในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยผนึกกำลังเป็นแนวร่วมพรรคการเมืองปากาตัน ฮาราปัน ซึ่งเวลานั้นถือเป็นแนวร่วมพรรคฝ่ายค้าน และมีนายมหาเธร์เป็นผู้นำ กระทั่งนายมหาเธร์ วัย 93 ปีนำแนวร่วมพรรคฝ่ายค้านโค่นล้มพรรคบริซัน เนชั่นแนล (บีเอ็น) ของนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ที่ถูกกล่าวหาทุจริตกองทุนวันเอ็มดีบีได้สำเร็จ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เกือบ 60 ปี นับตั้งแต่มาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษ ที่พรรคบีเอ็นพ้นจากการเป็นรัฐบาล และนายมหาเธร์กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

 

การเลือกตั้งซ่อมมีขึ้นหลังจาก ส.ส.ของปากาตัน ฮาราปันที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งทั่วไปในเขตพอร์ตดิกสันได้สละเก้าอี้เพื่อเปิดทางให้แก่นายอันวาร์ ซึ่งไม่มีสิทธิ์ลงเลือกตั้งทั่วไปเพราะยังรับโทษในเรือนจำจากความผิดฐานมีพฤติกรรมรักร่วมเพศอยู่ในขณะนั้น

 

ทั้งนี้ นายอันวาร์ วัย 71 ปี ต้องการได้รับคะแนนไว้วางใจจากประชาชนอย่างท่วมท้นเพื่อลบข้อครหาที่ว่า เขารีบร้อนที่จะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งที่นายอันวาร์เพิ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวจากเรือนจำได้เพียง 5 เดือนเท่านั้น และเป็นไปตามความคาดหมายที่นายอันวาร์สามารถเอาชนะผู้สมัครคนอื่นๆได้อย่างง่ายดาย ซึ่งคนหนึ่งคือนายไซฟุล บูคารี อัซลัน อดีตเลขาคนสนิทที่เคยกล่าวหานายอันวาร์ว่ามีพฤติกรรมรักร่วมเพศ จนทำให้นายอันวาร์ต้องได้รับโทษในเรือนจำเป็นครั้งที่ 2 เมื่อปี 2557