‘DragCura’ช้อปออรัลแคร์ดูแลช่องปากแบบพรีเมี่ยม

14:30 4 กันยายน 2561 2,111
‘DragCura’ ช้อปดูแลช่องปากและฟันระดับพรีเมี่ยม เมื่องานดีไซน์เดินคู่โนว์ฮาวสินค้าเจาะตลาดมัดใจคนรุ่นใหม่

DragCura ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากและฟัน(Oral Care)ระดับพรีเมี่ยมแห่งแรกในประเทศไทย ได้รับสิทธิ์จำหน่ายสินค้าแบรนด์ดังยี่ห้อCuraproxจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์,Dr.Tung’sจากประเทศสหรัฐอเมริกา,Flipper จากประเทศมาเลเซีย และ Burt’s Bee จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พร้อมเดินเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ออรัลแคร์ระดับพรีเมี่ยมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทในประเทศไทยและกำลังเติบโตต่อเนื่องทุกปีจากกลุ่มเป้าหมายหลัก ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ยุค ซี เจอเนอเรชั่น ( Generation C )ที่พร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่ในการดูแลช่องปากและฟันที่ต้องการมากกว่าความสะอาด

               

พูนศักดิ์ เธียไพรัตน์หนึ่งในผู้ก่อตั้งธุรกิจแบรนด์แดร็กคูรา(DragCura)เล่าที่มาว่ากิจการเกิดขึ้นเมื่อราว 2-3 ปีก่อน หลังจากตนเองได้รับการรักษาดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน และทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ออรัลแคร์ที่ได้รับการแนะนำจากทันตแพทย์  ตนเองรู้สึกพอใจในตัวผลิตภัณฑ์มากจนกระทั่งเกิดความสนใจและมีแนวความคิดอยากนำผลิตภัณฑ์ดี ๆ มาเผยแผ่จำหน่ายและทำตลาดถึงผู้บริโภคโดยตรงในรูปแบบร้านค้าปลีกพิเศษ(Specialty Store) ภายใต้ชื่อ DragCuraจากเดิมที่ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากและฟันดังกล่าวส่วนใหญ่ทำตลาดในประเทศไทยผ่านช่องทางธุรกิจบริการทางการแพทย์เท่านั้น

 

จากจุดตั้งต้นดังกล่าว ที่ DragCuraมองเห็นโอกาสในการทำตลาดสินค้าออรัลแคร์ระดับพรีเมี่ยมตัวอย่างเช่น แปรงสีฟัน Curaproxที่มีจุดเด่นในด้านการออกแบบ คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยทันตแพทย์ชาวสวิสเซอร์แลนด์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเชิงลึกของผู้ใช้งาน ที่นอกจากการใช้งานเพื่อทำความสะอาดแล้ว ตัวผลิตภัณฑ์ยังเข้ามาสนับสนุนการดูแลป้องกันสุขภาพช่องปากและฟันไปด้วยพร้อม ๆ กันด้วย

 

โดยเฉพาะแปรงสีฟันรุ่น5460 ultra softด้วยขนแปรงปลายมนทำจากวัสดุพิเศษจำนวน 5,460 เส้นที่เพิ่มความล้ำลึกในการทำความสะอาดได้มากกว่าแปรงสีฟันทั่วไปในท้องตลาดที่มีจำนวนขนแปรงสีฟันหลักพันเส้นเท่านั้น รวมไปถึงรูปลักษณ์โดดเด่น ทันสมัย สวยงามน่าใช้ที่ไม่เหมือนผลิตภัณฑ์อื่น

 

ขณะเดียวกันDragCuraยังวางแผนการทำตลาดภายใต้ธีมThe Journey of Premium Oral Care  ที่มาพร้อมกับแนวคิดการเดินทางของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพช่องปากและฟันโดยใน Episode 1 จะเป็นการบอกเล่าตัวสินค้าทั้ง 6กลุ่มผลิตภัณฑ์ คือ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ที่ครอบแปรงสีฟัน ไหมขัดฟัน ที่ทำความสะอาดลิ้น และผลิตภัณฑ์อื่น เช่น ผลิตภัณฑ์ดูแลริมฝีปาก ซึ่งจะช่วยเพิ่มสีสัน และความสนุกในการทำความสะอาดช่องปากในทุกๆเช้าและก่อนนอน ให้กับคนรุ่นใหม่ด้วย

 

พูนศักดิ์ เสริมว่าในช่วงทดลองทำการตลาด(Soft Launch) DragCuraวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพปากและฟันผ่าน 2 ช่องทาง คือ ร้านค้าออนไลน์(www.dragcura.com) โดยประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ค,อินสตาแกรม และ สามารถสั่งผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์(@DragCura) ได้ด้วย  และอีกช่องทางคือสาขาร้านปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว3 สาขา คือ ศูนย์การค้าเมกาบางนา เอ็มควอเทียร์ และ เซ็นทรัล เอมบาสซี และเตรียมเปิดร้านต้นแบบ(Flagship Store) ในปี2562และวางเป้าหมายในอีก3 ปีข้างหน้าจะขยายเพิ่มเป็น 50 สาขาทั้งรูปแบบการลงทุนเองและพันธมิตรธุรกิจที่สนใจ และมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 350 ล้านบาทในปี 2563

 

นอกจากนี้ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น ในเดือนกันยายนนี้ DragCuraวางแผนเปิดตัวแบรนด์และการทำตลาดภายใต้แคมเปญใหญ่ครั้งแรกพร้อมเปิดExplore Me มุมสาธิต(Demonstration)การใช้งานผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากและฟันอย่างถูกวิธีผ่านร้าน DragCuraที่จะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วย และพัฒนามุม Tap Me ให้ลูกค้าสามารถสแกนผลิตภัณฑ์เพื่อดูรายละเอียดข้อมูลสินค้าได้ด้วยตัวเอง

 

“การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของ DragCuraแม้ว่าจะเป็นตลาดระดับพรีเมี่ยมก็ตาม ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ราคาสินค้า แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือด้านสุขภาพช่องปากและฟัน ที่ผู้บริโภคได้เรียนรู้วิธีการดูแลและป้องกันจากผลิตภัณฑ์ เพื่อลดการไปพบทันตแพทย์ที่มีค่าใช้จ่ายที่มากกว่า” พูนศักดิ์ เสริม

 

โดยการทำตลาดช่วงแรกนั้น เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของผลิตภัณฑ์แปรงสีฟันพร้อมกับวิธีการใช้แปรงที่ถูกต้อง แก่ผู้บริโภคเป็นหลักก่อน ซึ่งแปรงสีฟันเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่สำคัญ ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานได้อย่างถูกต้องรวมถึงการใช้ที่ครอบแปรงสีฟัน ที่ปกติแปรงสีฟันมักถูกวางในห้องน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียต่างๆจำนวนมากที่ลอยปะปนในอากาศไปติดขนแปรงสีฟันได้เช่นกัน ในอนาคตจะยังมีสินค้าอื่นๆตามมาอีก อย่างเช่นไม้จิ้มฟันที่แพงที่สุดในโลกที่จะนำมาทำตลาดในไทยด้วย

 

จากวิถีการทำตลาดของ DragCura โดยมีความเชื่อว่า Draculaไม่เคยฟันผุ พร้อมแล้วที่จะบุกตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากและฟัน ด้วยจุดเด่นด้านการออกแบบและการใช้งานพร้อมไปกับการให้ความรู้การใช้งานอย่างถูกวิธีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของการใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างเต็มที่ และเข้าถึงเป้าหมายผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ในที่สุด