ส่งทีมเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ ล่าสุดดับแล้ว12ศพ

16:27 22 สิงหาคม 2561 1,921
กรมควบคุมโรค เผยพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่แล้วเกือบ9หมื่นราย เสียชีวิต12ศพ แนะปชช.ป้องกันได้ด้วย 'ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด'

 

วันนี้ (22 ส.ค.61) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าหญิงสาวชาวอุทัยธานีเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่นั้น  กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่าขณะนี้ได้สั่งการให้ทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) จากสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งดูแลพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยเร็ว จึงขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก เนื่องจากโรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคตามฤดูกาลที่พบมากในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ทุกปีก็จะพบผู้ป่วยมากขึ้นช่วงอากาศชื้นและเย็นในช่วงฤดูกาลดังกล่าว

 

สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 20 ส.ค. 2561 มีผู้ป่วย 89,846 ราย เสียชีวิต 12 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยผู้ใหญ่ (อายุ 15 – 44 ปี) และกลุ่มวัยเรียน  ส่วนในปี 2560 ที่ผ่านมาในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน (ม.ค. – ส.ค.) มีผู้ป่วยมากถึง 106,415 ราย และมีผู้เสียชีวิตรวม 29 ราย ซึ่งจะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตน้อยกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจำนวนผู้เสียชีวิตในปีนี้ที่ลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง    

 

นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า ในช่วงนี้ขอให้ประชาชนระมัดระวังการรับเชื้อจากผู้ป่วยที่ยังไม่แสดงอาการ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัดหรือมีคนจำนวนมาก ทั้งนี้ประชาชนสามารถป้องกันได้โดยยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ ได้แก่ 

 

1.ปิด คือปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม ต้องใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง หากเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ ควรใส่หน้ากากอนามัย  

2.ล้าง คือล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่เมื่อสัมผัสสิ่งของ เช่น กลอนประตู ลูกบิด ราวบันได ราวบนรถโดยสาร 

3.เลี่ยง คือหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือในสถานที่แออัด มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก  

4.หยุด คือเมื่อป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรม แม้ผู้ป่วยจะมีอาการไม่มากก็ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ผู้ที่เป็นโรคอ้วน เป็นต้น 

 

ทั้งนี้ ขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากมีไข้สูงเกิน 2 วัน ปวดเมื่อยร่างกายให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่สถานพยาบาล  ถ้ามีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422